ผู้ต้องหา! สะเทือนวงการสงฆ์ ฟื้นคดีพระพิมลธรรม


พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ)


ผู้ต้องหา..! คดีสะเทือนวงการสงฆ์

21 ปีแห่งการพิสูจน์ความเป็นผู้บริสุทธิ์ !

เมื่อพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ
ถูกกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี
พระพิมลอาจพ้นมลทิน แต่ขบวนการสมคบคิด 
ใส่ร้ายกลับลอยนวล ไม่ได้รับความยุติธรรม
ขึ้นศาลทหาร ถอดผ้าเหลือง
ตัดสินจำคุกทันที 5 ปีถูกจองจำ!
21 ปีคืนสู่สมณศักดิ์
พ้นมลทินทั้งหมดนี่คือ

การปล้น..!

ตำแหน่งประมุขแห่งสงฆ์

ครั้งประวัติศาสตร์ 

พระพิมลธรรมอาจ อาสโภ
เปรียญธรรม 8 ประโยค
พระคณาจารย์เอกในทางเทศนา
อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง
สมเด็จพระราชาคณะ
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

    1. ท่านเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรก   

ที่ผลักดันให้ส่งพระภิกษุ
นักเรียนพุทธศาสนบัณฑิต
ไปศึกษาต่อต่างประเทศ
เช่น พม่า อินเดีย ศรีลังกา
เพื่อต่อปริญญาโท และปริญญาเอก
ท่ามกลางเสียงคัดค้านจาก "คณะสงฆมนตรี" 
และนายบุญช่วย สมพงษ์ อธิบดีกรมการศาสนา
ในสมัยนั้น!

     2. ท่านเป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรก   

ที่ได้รับฐานันดรศักดิ์ อัครมหาบัณฑิต
โดยรัฐบาลพม่าได้ถวายเกียรติคุณ
เนื่องในโอกาสประชุมทำ
สังฉัฏฐคายนาพระไตรปิฎก
(สังคายนาครั้งที่ 6)
ซึ่งพระพิมลธรรมเดินทางไปร่วมประชุม
ลงมติถึง 12 ครั้ง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจาก
"คณะสังฆมนตรี"

กาสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 6

แต่พระพิมลธรรมยืนยันในเจตนาเดิม
ต่อคณะสังฆมนตรีเพราะเห็นว่าจะเกิดประโยชน์
อย่างมากต่อศาสนาและได้เชื่อม
ความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนิกชน
ในประเทศต่างๆ ซึ่งโครงการนี้
ก็ยังดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ครั้นเมื่อพระพิมลธรรมได้นำ
พระภิกษุที่จะเดินทางไปศึกษาต่อ
ไปกราบลาท่านสังฆนายกในสมัยนั้น 
คือ สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภณมหาเถร) 
วัดเบญจมบพิตร เพื่อรับโอวาทและอนุโมทนา 
แต่แทนที่ท่านสังฆนายกจะให้โอวาทไพเราะ 

ท่านกลับแสดงข้อขัดแย้งที่ท่านมีอยู่ออกมา
ให้พระพิพมลอาจ และพระสงฆ์หนุ่มในคณะ
ที่จะเดินทางไปศึกษาต่อได้ฟังว่า..

"ท่านพิมลธรรม เอ๋ย ท่านจะเอาดีไปถึงไหน 
การพระศาสนาในเมืองไทยเราดีที่สุดอยู่แล้ว"

สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภณมหาเถร) 


    3. เป็นพระสงฆ์รูปแรก   

ที่นำาการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ตามแนวสติปัฏฐาน4
(หรือแบบยุบหนอ พองหนอ)
จากพม่ามาเผยแผ่ในประเทศไทย
ตั้งสำนักสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน 
ขึ้นในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

   4. เป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรก    

ที่นำคณะเดินทาง
ไปประกาศเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา
และกลุ่มประเทศต่างๆ ในยุโรป 
ร่วมกับองค์กร M.R.A. ตามคำเชิญของ 
ดร.แฟรงค์ บุชแมน (Frank N.D.Buchman)
ผู้ก่อตั้ง และประธานขบวนการส่งเสริมศีลธรรม 


ดร.แฟรงค์ บุชแมน (Frank N.D.Buchman)

  
 
สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ค.ศ.1939-1958
(Pope Pius XII)

   5. ท่านยังเป็นพระสงฆ์รูปแรก   

ที่ได้เข้าพบสันตะปาปา
ประมุขศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก 
ณ กรุงวาติกัน เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี 
และหาทางแลกเปลี่ยนศาสนาฑูตระหว่างศาสนา

งานเหล่านี้..

เป็นสิ่งที่พระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ 

บางท่านไม่เห็นด้วย!

โดยเฉพาะพระมหาเถระ ระดับสังฆนายก 
สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภณมหาเถร)
และสังฆมนตรีบางท่าน 

เพราะท่านเหล่านั้นไม่เข้าใจ และมองไม่เห็นว่า
จะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนาในทางใด 
แต่ไม่กล้าขัดขวางโดยตรง ได้แต่แสดง
ความเห็นคัดค้านด้วยการวิพากย์วิจารณ์ต่างๆ นานา
ก่อให้เกิดเป็นแรงกดดัน และความขัดแย้ง
ที่ค่อยๆ สะสมเพื่มมากขึ้นภายในสังฆสมาคมชั้นสูง

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง
คือ ความอิจฉาริษยาในชื่อเสียงเกียรติคุณ
ของพระพิมลธรรม ที่เฟื่องฟูมาในยุคนั้น

เนื่องจากงานบุกเบิกใหม่ๆ 
ที่พระพิมลธรรมได้มุ่งมั่น ทำขึ้นเหล่านี้
ยังผลให้ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่าน
ขจรขจายไปไกลยังนานาประเทศ

พระนักพัฒนา..

พระนักการฑูต..

แล้วทำไม ?


ถึงถูกจองจำกว่า 5 ปี .. ต่อสู้อยู่จวบจน 21 ปี

ถึงได้รับความเป็นธรรม!


    16 กันยายน 2500   

จอมพลสฤษดิ์ รัฐประหารยึดอำนาจ
จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ประเทศไทยเข้าสู่ยุคทมิฬ ทหารครองเมือง

จอมพล ป.พิบูลสงคราม 
ถวายภัตตาหารพระพิมลธรรม

 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

    5 พฤษภาคม 2503   

สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภณมหาเถร)
เจ้าอาวาสวัดเบญจมาบพิตรดุสิตวนาราม
ได้รับแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก
สมเด็จพระสังฆราชปลด
หลังจากขึ้นเป็นสังฆราช
สมเด็จพระสังฆราช ได้เสนอชื่อพระธรรมยุต
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จวน อุฏฐายี
วัดมกุฏกษัตริย์ ขึ้นเป็นสังฆนายก

 
พระสังฆมนตรีชุดใหม่ 9 รูป 
 
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน) 
ได้เสนอชื่อคณะสังฆมนตรี
ชุดใหม่ 9 รูป ต่อสมเด็จพระสังฆราชฯ
โดยไม่มีชื่อของพระพิพมลธรรมอาจ
ทำให้พระพิมลธรรมอาจ 
พ้นออกจากตำแหน่งสังฆมนตรี
ว่าการองค์การปกครองทันที

    3 กันยายน 2503    

พระพิมลธรรมอาจ 
ถูกกล่าวหาว่าละเมิดพระธรรมวินัย
เสพเมถุนทางเวจมรรค
กับลูกศิษย์วัดทำอัชฌาจาร!

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฐายี)

โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จวน อุฏฐายี
สังฆนายก (ซึ่งต่อมาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช)
เป็นผู้ทำหนังสือ กราบทูลฯ
สมเด็จพระสังฆราช (ปลด)อริยวงศาคตญาณ
ความว่า..

พระพิมลธรรม วัดมหาธาตุฯ 
ได้เสพเมถุนทางเวจมรรค(ทวารหนัก)
คือรักร่วมเพศกับลูกศิษย์ภายในวัด
และทำอัชฌาจาร (ผิดประเวณี) 
ปล่อยสุกกะ(น้ำกาม)
ตำรวจสันติบาลได้นำพยาน 5 คนมาให้คำยืนยัน 
รับรองคำให้การ ในคดีดังกล่าว
ต่อหน้ากรรมการสงฆ์ทีละคน
พร้อมกับได้จดบันทึก และลงนาม
เป็นหลักฐานไว้พร้อมกันแล้ว
คณะกรรมการสงฆ์จึงลงนามเห็นว่า

พระพิมลธรรมต้องศีลวิบัติ
ขาดจากความเป็นภิกษุ 
ไม่สมควรทรงเพศบรรพชิต 
และไม่สมควรดำรงสมณศักดิ์ต่อไป
พร้อมกับขอประทานเสนอ 
ให้สมเด็จพระสังฆราชอริยวงศาคตญาณ
ทรงจัดการในชั้นปกครองต่อไป 

      8 กันยายน 2503      

(หลังจากนั้น 5  วัน)
สมเด็จพระสังฆราชอริยวงศาคตญาณ
มีพระบัญชาสั่งให้สึก และหลบหายตัวไป
ภายใน 15 วัน !
ดังมีข้อความว่า คณะกรรมการฝ่ายสงฆ์เห็นว่า
ท่านถึงศีลวิบัติ ขาดจากความเป็นภิกษุแล้ว 
ไม่สมควรดำรงสมณศักดิ์ต่อไป
ขอให้ท่านพิจารณาตนด้วยตน
ขอให้ท่านออกเสียจากสมณเพศ
และหลบหายตัวไปเสีย
ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนี้
ภายในกำหนด 15 วัน
นับแต่วันที่ปรากฏในลิขิตนี้


พระพิมลธรรม

เห็นว่าถูกกลั่นแกล้งใส่ร้าย

อย่างไม่เป็นธรรม จึงไม่สึก!


หลังจากได้รับพระลิขิตดังกล่าว..
พระพิมลธรรม ตลอดจนคณะสงฆ์วัดมหาธาตุ
จึงได้ทำหนังสือกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช 
และผู้มีอำนาจฝ่ายบ้านเมือง
เพื่อขอความเป็นธรรม และขอโอกาสชี้แจง
เพื่อแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวหลายครั้ง
แต่กลับไม่เคยได้รับโอกาสแก้ข้อกล่าวหา
หรือมีการสอบสวนรับฟังข้อเท็จจริงแต่อย่างใด!

     25 ตุลาคม 2503    

สมเด็จพระสังฆราช (ปลด) อริยวงศาคตญาณ
ทรงอาศัยอำนาจตามมาตรา 46  แห่งสังฆาณัติ
ระเบียบพระคณาธิการ 2486
ถอดพระพิมลธรรม ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส
วัดมหาธาตุฯ

     31 ตุลาคม 2503    

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฐายีมหาเถร)
สังฆนายกได้เรียกคณะสังฆมนตรีประชุม
และมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เสนอให้ถอดพระพิมลธรรม ออกจากสมณศักดิ์

   11 พฤศจิกายน 2503   

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี
ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ถอดพระพิมลธรรม ออกจากสมณศักดิ์
ฐานฝ่าฝืนไม่ทำตามพระบัญชา
สมเด็จพระสังฆราช ที่สั่งให้สึก!
มีความว่า..

ด้วยพระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ)
ฝ่าฝืนไม่ยอมปฏิบัติตามพระบัญชา
สมเด็จพระสังฆราช
ซึ่งคณะสังฆมนตรี ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า..
ไม่สมควรจะได้ดำรงอยู่ในสมณศักดิ์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ถอดพระพิมลธรรมออกเสียจากสมณศักดิ์
ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป

ลงชื่อ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี


แม้พระพิมลธรรม

พยายามขอความเป็นธรรม

แต่ก็ไร้ผล..!

เมื่อไม่อาจได้รับความเป็นธรรม
จากคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่
แลฝ่ายปกครองบ้านเมือง

พระพิมลธรรมอาจได้มอบอำนาจ
ให้ศิษย์ดำเนินการฟ้องพยาน..!

ที่ให้การแก่ตำรวจเหล่านั้น
เป็นคดีอาญาฐานใส่ร้ายแจ้งความเท็จ
และหมิ่นประมาท
โดยเฉพาะ นายวีรยุทธ์ วัฒนานุสรณ์
ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่ให้การแก่ตำรวจ


กว่า 1 ปีหลังจากสู้คดี

20 ธันวาคม 2504

จำเลยรับสารภาพ..

พระพิมลธรรม..พ้นผิด !!


นายวีรยุทธ์ วัฒนานุสรณ์
พยานปากสำคัญที่ให้การแก่ตำรวจคดี
ความที่พระพิมลธรรม
ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเสพเมถุนวิตถารกับศิษย์ในวัด
ก็ได้สารภาพต่อศาลว่า

"ข้าพเจ้านายวีรยุทธ์ วัฒนานุสรณ์
ได้กราบเรียนต่อศาล รับสารภาพว่า..
ข้าพเจ้าได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริง
และเพื่อรับบาปกรรมที่กระทำผิดไปแล้ว
ตามวิธีการทางศาสนา ข้าพเจ้าได้กราบขอขมาโทษ
และขออโหสิกรรม แต่พระเดชพระคุณท่าน
ต่อหน้าศาลแล้วจึงขอโฆษณา ณ ที่นี้ว่า.."

พระเดชพระคุณพระอาจ อาสโภ
มิเคยได้ประพฤติล่วงละเมิดสิกขาบท
เป็นศีลวิบัติดังที่ข้าพเจ้าต้องกล่าวใส่ร้าย
พระเดชพระคุณท่านแต่ประการใด.."

นายวีรยุทธ์  วัฒนานุสรณ์
พยานปากสำคัญที่ให้การแก่ตำรวจ


พระพิมลธรรมพ้นผิด !

หลังถูกถอดจากสมณศักดิ์
เป็นหลวงตาอยู่ปีเศษ..
ขบวนการสมคบคิดใส่ร้าย ป้ายสี..

พระพิมลธรรมยังไม่หยุดเพียงเท่านี้

เมื่อวงการสงฆ์ได้กลับเข้าสู่

"ยุคทมิฬอีกครั้ง"


    20 เมษายน 2505    

พระพิมลธรรมถูกจับตามคำสั่ง
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
และถูกคุมขังไว้ที่สันติบาลกรมตำรวจ 
โดยสังฆนายกได้ร่วมมือกับตำรวจ
ทำการสึกพระพิมลธรรม

นายตำรวจ และสารวัตรทหารหลายคน
บุกไปล้อมจับกุมท่านถึงกุฏิ
ตั้งข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
และกระทำผิดต่อความมั่งคงของรัฐ
ภายในรัฐภายในราชอาณาจักร
เป็นความผิดอาญามีโทษถึง
ประหารชีวิต !

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฐายี)

มีคำสั่งจาก สมเด็จสังฆนายก 
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน อุฏฐายี)
ให้จัดการสึกพระภิกษุอาจ อาสโภ 
จากสมณเพศ เพื่อสะดวกแก่การสอบสวนคดี
และเพื่อความปลอดภัยแห่งชาติ
และพระพุทธศาสนาไว้
โดยสมเด็จสังฆนายกได้มอบอำนาจให้
พระธรรมวโรดม
สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง
และให้เจ้าคณะจังหวัดพระนคร

ดำเนินการสึกพระพิมลธรรมทันที !

สมเด็จฟื้น ชุตินธโร
วัดสามพระยา

ค่ำวันเดียวกัน พระธรรมคุณาภรณ์
เจ้าคณะจังหวัดพระนคร
ต่อมาคือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  
หรือสมเด็จฟื้น ชุตินธโร
วัดสามพระยา สังฆมนตรีศึกษา
พร้อมด้วยพระธรรมมหาวีรานุวัตร
สังฆมนตรีลอย ได้เดินทางไปสึกพระภิกษุอาจ

แต่ท่านได้ขอความเป็นธรรม 
ขอต่อสู้คดีในเพศบรรพชิตจนกว่าจะชนะคดี
พระภิกษุอาจ ทำหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้มีอำนาจ
แต่มีหนังสือตอบกลับมาจาก สมเด็จสังฆนายก
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (จวน)


ให้ทำการสึกท่าน!

โดยไม่มีการลดหย่อนผ่อนผันแต่อย่างใด!



พระภิกษุอาจ จึงได้ทำหนังสือปฏิญาณตน
ร้องขอความเป็นธรรมครั้งสุดท้าย
มีข้อความว่า..

"..กระผมก็จะขอความกรุณาอีกคือ
ไม่ยอมสึก !
ตามข้อบังคับอันมิชอบด้วยพระธรรมวินัย
และกฎหมายนั้น.."

จะยอมเอาชีวิตบูชาพระรัตนตรัยไปจนถึงที่สุด
และกระผมจะยังปฏิญาณเป็นพระภิกษุ
ในพระพุทธศาสนาอยู่ตลอดไป
ถึงแม้จะมีผู้ใจโหดร้ายทารุณ
แย่งชิงผ้ากาสาวพัสตร์ของพระผมไป 
กระผมก็จะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ชุดอื่นแทน
ซึ่งกระผมมีสิทธิตามพระธรรมวินัย และกฎหมาย 
จึงขอให้ท่านเจ้าคุณผู้รู้เห็นอยู่ ณ ที่นี่โปรดทราบ
และเป็นสักขีพยาน ให้แก่กระผม 
ตามคำปฏิญาณนี้ด้วย.

พระพิมลธรรม นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้นวม
หลับตานับลูกประคำ เจริญพุทธคุณ 108 จบ
ปล่อยให้เจ้าคณะจังหวัด และพระธรรมมหาวีรานุวัตร
เข้ามาเปลื้องผ้าเหลืองออก 
และใช้ผ้าขาวม้าสีขาวดำห่มให้ท่าน..

ตลอดเวลาที่ท่านถูกคุมขัง
ท่านได้รักษาการปฏิบัติเคร่งครัด
ตามพระธรรมวินัย
ภายในห้องขัง ท่านจะใช้เวลาเขียนหนังสือ
ศึกษาพระธรรม และเจริญภาวนา

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย)

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาโณทยมหาเถร (อยู่)
วัดสระเกศได้รับการสถาปนาเป็น
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ พระสังฆราชแทน

คดีของพระพิมลธรรมยังคงยืดเยื้อ
กรมตำรวจพยายามหาหลักฐาน
มาสรุปสำนวนจนสามารถยื่นฟ้อง
ต่ออัยการทหารกรุงเทพฯ
ได้ในปี 2507 ศาลทหารกรุงเทพฯ
ได้นัดสืบพยายนโจทย์ จำเลยหลายครั้ง
เป็นระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี
ตั้งแต่ปี 2507-2509

พระต้องขึ้นศาลทหาร
ในระหว่างนั้นพระภิกษุสามเณร
และสาธุชนที่เชื่อมั่นว่า..
พระพิมลธรรมเป็นผู้บริสุทธิ์
ได้พากันยื่นจดหมาย

ร้องขอความเป็นธรรมให้กับท่าน
เรียกร้องให้มีการพิจารณาคดีพิสูจน์ความจริง
รัฐบาลทหารในขณะนั้น..
เริ่มทนแรงกดดันจาพระสงฆ์
และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไม่ไหว!

   15 มิถุนายน พ.ศ. 2508   

สมเด็จพระสังฆราชพระพุทธโฆษาจารย์ 
ญาโณทยมหาเถร (อยู่ ญาโณทโย) 
สิ้นพระชนม์ในวันที่

สมเด็จสังฆนายก 
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดมกุฏกษัตริย์
(จวน อุฏฐายีมหาเถร)
ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
พระอริยวงศาคตณาณ สมเด็จพระสังฆราช


    30 สิงหาคม 2509   

ศาลทหารกรุงเทพ

ได้มีคำพิพากษา

ยกฟ้อง!

พระพิมลธรรม.. พ้นมลทิน! 


ตามที่ศาลได้ประมวลวินิจฉัย
ข้อเท็จจริงตามฟ้อง
และกล่าวหา มาหลายข้อหา
หลายประเด็นมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง
ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ เลย
พอที่จะให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำ.!

หรือน่าจะกระทำผิด แต่กลับต้องมา
ถูกออกจากเจ้าอาวาส
ถูกออกจากสมณศักดิ์
ถูกจับกุม
ถูกบังคับให้สละเพศพรหมจรรย์
นับว่ารุนแรงที่สุดสำหรับพระเถระผู้ใหญ่
ที่ปวงชนเคารพนับถือ

ซึ่งในวันนั้นพุทธศาสนิกชนกว่าหมื่นคน
ไปร่วมฟังคำพิพากษาครั้งสำคัญนี้ 
ต่างพากันชื่นชมยินดี อนุโมทนาสาธุการ
ต่อพระพิมลธรรม ในการที่ท่านพ้นจากมลทิน

จากข้อกล่าวหาอันฉกาจฉกรรจ์นั้น 
รวมระยะเวลาที่ท่านถูกคุมขังอยู่ในสันติบาล
โดยไม่มีความผิดเป็นเวลานานถึง 5 ปี..

พระธรรมโกศาจารย์ "พุทธทาสภิกขุ"
ถึงกับกล่าวว่า..

"คิดได้อย่างเดียวว่า
เกิดขึ้นเพราะความอิจฉาริษยากันในวงการสงฆ์
จำเลยถูกกลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรมจริงๆ 
ไม่ได้กระทำผิตามกล่าวหา
ศาลนี้รู้สึกสลดใจ และเห็นใจจำเลย.."

ทันทีที่มีคำพิพากษาของศาลทหาร
ท่านก็ได้ผลัดเปลี่ยนนุ่งห่มผ้าไตรจีวรสีกรัก
(สีเหลืองหม่น ย้อมจากแก่นขนุน)
ที่ได้เตรียมมาแล้วทันที!
ณ ศาลทหารกรุงเทพฯ นั่นเอง
จากนั้นท่านก็ได้กลับมาจำวัด
ณ วัดมหาธาตุฯ ตามเดิม


       21 ปี ..คืนสู่สมณศักดิ์     


แม้ท่านมิได้ต้องการจะกลับคืนสู่สมณศักดิ์
และตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ
แต่บรรดาสานุศิษย์ทั้งบรรพชิต และฆราวาส
ได้ยืนยันที่จะเรียกร้องขอความเป็นธรรม 
ให้แก่ท่าน!

แม้ว่าพระพิมลธรรม
จะได้เคยทักท้วงไว้แล้วก็ตาม 
แต่สานุศิษย์โต้แย้งว่า..!

สิ่งที่กระทำลงไปนั้น..
ไม่ได้กระทำเพื่อผลประโยชน์ของท่าน
หากแต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม 
ให้แก่สังคมมนุษยชาติต่างหาก
หากสังคมมนุษยชาติไม่ได้รับ
ความเป็นธรรมแล้ว..
ก็ยากที่จะหาความสันติสุขได้

    31 พฤษภาคม 2518     

ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าให้คืนสมณศักดิ์
ให้ท่าน และพระศาสนาโศภณดังเดิม
แต่ต่อมาก็ได้มีการประกาศแต่งตั้ง
ให้พระพิมลธรรมกลับคืนสู่ตำแหน่ง
กรรมการสภามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น..
นายกสภามหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย

 
    วันที่ 5 ตุลาคม 2524     

ได้กลับคืนสู่ตำแหน่ง
เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ดังเดิม

นับตั้งแต่ที่ต้องต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรม
จากพระฝ่ายศักดินา..
จนถึงวันที่ได้รับสมณศักดิ์
และตำแหน่งกลับคืนดังเดิม
เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 21 ปี


ในสังสารวัฏนี้ไม่มีอะไรเที่ยงแท้
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป..

     17 มิถุนายน 2505    

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(ปลด)
สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์
จากอาการเส้นเลือดใหญ่ในพระสมองแตก

หลังการจับกุมพระพิมลธรรม


ไปคุมขังได้ 2 เดือน.!


     8 ธันวาคม 2506     

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
เสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง และอีกสารพัดโรค

    18 ธันวาคม 2514    

สมเด็จสังฆราชฯ  (จวน อุฏฐายี)
สิ้นพระชนม์ขณะดำรงตำแหน่ง! 
โดยอุบัติเหตุ เพราะถูกรถยนต์บรรทุก
ขนาดเล็กส่วนบุคคล
พุ่งเข้าชนรถยนต์พระประเทียบ
(ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากมาก)

การสิ้นพระชนม์ของ
ทั้งสองสมเด็จพระสังฆราชฯ
และการอสัญกรรมของนายรัฐมนตรี
ผู้มีบารมีมากที่สุด!
ยังไม่นับรวมเจ้าหน้าที่ผู้บังคับให้ท่านถอดจีวร
แล้วเขาเองเป็นผู้ดึงจีวรออกจากกาย
ของพระพิมลธรรมนั้น ประสบอุบัติเหตุ
โดนใบพัดหม้อน้ำตัดมือขาด..ตามคำบอกเล่า!

จะมิให้พุทธศาสนิกชนคนไทยว่า
ประเทศปักใจเชื่อได้อย่างไรว่า..

" เป็นเพราะผลกรรม
ที่ทำไว้กับพระพิมลธรรม
แม้ว่าท่านจะอโหสิกรรมให้แก่ทุกคน
ที่โจทย์ฟ้องกลั่นแกล้ง
แต่แรงกรรมนั้นไม่ได้อโหสิ
ดังกรณีสมเด็จพระสังฆราชไทย
ถูกรถยนต์ชนจนสิ้นพระชนม์
เป็นองค์แรกในประวัติศาสตร์ "

   18 พฤษภาคม 2518   

รัฐบาล มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ได้ดำเนินการ "ขอพระราชทานยศ"
คืนถวายแก่อดีตพระพิมลธรรม พร้อมกับทำ..
พิธีขอขมาต่อพระพิมลธรรม แทนรัฐบาลไทย
ในอดีตที่ได้ก่อกรรทำเข็ญไว้กับท่าน

ภายหลังสิ้นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช(วาสน์ วาสโน)

    28 สิงหาคม 2531    

พระพิมลธรรมอาจ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น
ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

     8 ธันวาคม  2532   

ท่านถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ
ด้วยภาวะหัวใจวาย
 
     พ.ศ. 2532     

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก
พระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง)ในการเสด็จออกทรงผนวช
เจ้าอาวาสวัดบรวรนิเวศวิหาร
ประธานกรรมการคณะธรรมยุติสมเด็จพระราชาคณะ
ผู้นำคณะสงฆ์สูงสุด แห่งโลกพระพุทธศาสนา
ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556


    2557 ยุคทหารครองเมือง       


ขบวนการสมคบคิด!

ปล้นตำแหน่งสังฆราช
วิธีการเดิมวันนั้น..
การเมืองแทรกแซงวงการสงฆ์
พระต้องขึ้นศาลทหาร! 
ต้องตัดสินคดี ภายใต้เงื่อนไขของเผด็จการ

วันนี้..
พระถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่
ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลทหาร
ตัดสินภายใต้เงื่อนไขของเผด็จการ (ม.44)

วันนั้น..ตำรวจ ทหารบุกวัดค้นกุฏิพระพิมลธรรม 

วันนี้..ตำรวจ ทหารบุกวัดค้น ตรวจสอบรถโบราณ
ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ
และกำลังยัดเยียดคดีรับของโจรและฟอกเงิน
อย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายให้พระธัมมชโย

วันนั้น..สงฆ์ทั่วประเทศ และพุทธศาสนิกชน
ทำหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมคืนให้
แก่พระพิมลธรรม แต่จอมพลสฤษดิ์ รัฐบาลทหาร
กลับไม่ฟังเสียงของสงฆ์ทั้งประเทศ

วันนี้..สงฆ์ทั้งประเทศ มติมหาเถรสมาคม
ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลทหาร
ให้มีการตั้งสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช
แต่รัฐบาลกลับไม่ฟังเสียงของคณะสงฆ์
และมหาเถรสมาคม !

เมื่อใช้วิธีใส่ร้ายไม่สำเร็จ
ก็ใช้วิธี..กล่าวหาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
ตามด้วยไม่จงรักภักดีหวังล้มเจ้า

วันนี้..สมเด็จช่วงถูกกล่าวหา
เพียงเพื่อจะปล้นตำแหน่งประมุขสงฆ์

ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่สงฆ์
สมคบคิด ใส่ร้ายป้ายสี 
ยัดเยียดข้อหา แทรกแซงวงการสงฆ์
ปล้นตำแหน่งสังฆราช!


ระวังประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

กรรมกำลังจะตามทัน..ผู้ร่วมขบวนการ!


ขอบคุณข้อมูลจาก
 Fb อาณาจักรไบกอน รีเทิร์น
 http://factsheetmonk.blogspot.sg/2016/03/1.html
 http://factsheetmonk.blogspot.sg/2016/03/2.html



-----------------------------------------------------------------








ผู้ต้องหา! สะเทือนวงการสงฆ์ ฟื้นคดีพระพิมลธรรม ผู้ต้องหา! สะเทือนวงการสงฆ์ ฟื้นคดีพระพิมลธรรม Reviewed by สารธรรม on 18:04 Rating: 5

261 ความคิดเห็น:

  1. น่าเศร้า แต่เราชาวพุทธอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมันมากมายกว่าในอดีตนัก ประเทศที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นเมืองพุทธ จะเป็นเช่นไร หากเราไม่ช่วยกันป้องกันความเสื่อมเสียนี้
    ขอให้รัฐบาลช่วยยุติเหตุการณ์ในขณะที่ยังมีโอกาสนี้ด้วยเถอะ บาปครั้งนี้ใหญ่หลวงและรุนแรงนัก

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. เศร้าใจสุดๆ พวกเราอย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด พวกเราต้องช่วยกันเพื่อหลวงพ่อเรา เพื่อวัดพระธรรมกายของเรา

      ลบ
    2. เราต้องช่วยกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกะพระดีๆในประเทศอีกนะคะ สู้สู้คะ

      ลบ
    3. เราต้องช่วยกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกะพระดีๆในประเทศอีกนะคะ สู้สู้คะ

      ลบ
  2. จิตใจช่างโหดเหี้ยมอำมหิต ทำให้นึกถึงพระเทวทัต ผู้มีคุณวิเศษแล้ว แต่เป็นพระผูกเวรกับพระพุทธเจ้า แม้บวชก้อยังทำอาการที่ไม่ดี. เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย มีแต่สมัยพุทธกาลแล้ว. แต่อย่างไรเสีย ขอความเป็นธรรมจงคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมด้วยเถิด สาธุ

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในยุคนี้เลยค่ะ เราต้องช่วยกันปกป้องผู้บริสุทธิ์ ปกป้องพระพุทธศาสนา อย่าทอดทิ้งพระผู้บริสุทธิ์นะคะ

      ลบ
    2. ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในยุคนี้เลยค่ะ เราต้องช่วยกันปกป้องผู้บริสุทธิ์ ปกป้องพระพุทธศาสนา อย่าทอดทิ้งพระผู้บริสุทธิ์นะคะ

      ลบ
  3. ใครทำกรรมหนักกับพระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ถึงคราววิบากกรรมส่งผลก็ย่อมทุกข์ทนด้วยกรรมอันหนักเช่นกัน

    ตอบกลับลบ
  4. ใครทำกรรมหนักกับพระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ ถึงคราววิบากกรรมส่งผลก็ย่อมทุกข์ทนด้วยกรรมอันหนักเช่นกัน

    ตอบกลับลบ
  5. ความอิจฉาไม่ดีเลยค่ะ

    ตอบกลับลบ
  6. ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม ใครทำกรรมใดไว้
    จงรอรับผลแห่งกรรมนั้น ไม่นาน...เกินรอ

    ตอบกลับลบ
  7. กิเลสทั้งสามตัว ราคะ โทสะ โมหะ จะกี่ยุคกี่สมัยก็ตัวเดิม หน้ามืดตามัวในลาภ ยศ สรรเสริญ กาม เกียรติ กิน กันเมื่อไรก็เมื่อนั้น อดีตเป็นเช่นนี้ ปัจจุบันก็ยังเป็นดังนี้ ในพุทธันดรนี้ ก็ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเถิด... เพี้ยง

    ตอบกลับลบ
  8. แรงริษยาอาฆาต และความโลภครอบงำจึงทำให้ผยองสุดท้ายก็ถูกกฎแห่งกรรมเล่นงานแบบติดจรวด อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  9. อำนาจบังตา ความอิจฉาริษยาบังใจทำให้ทำชั่วโดยไม่กลัวกรรม ตายยังน้อยไปชีวิตหลังความตายที่ไม่มีใครช่วยได้ทรมานและยาวนานกว่า หวังว่าเขาเขาเขาจะคิดได้และหยุดกระทำการ

    ตอบกลับลบ
  10. อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า แค่ 1 นาทีของหลวงพ่อก็มีค่ายิ่งของให้ลูกๆทุกคนช่วยกันปกป้องหลวงพ่อจนถึงที่สุด

    ตอบกลับลบ
  11. ใครทำกรรมใดไว้ ตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  12. เราจะ ต้องมีกฎหมายสงฆ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนา

    ตอบกลับลบ
  13. เราจะ ต้องมีกฎหมายสงฆ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนา

    ตอบกลับลบ
  14. อำนาจบังตา
    ความอิจฉาเข้าครอบใจ

    ตอบกลับลบ
  15. ชาวพุทธต้องตื่นตัวรับรู้ฝ่ายทำลายอย่านิ่งดูดาย

    ตอบกลับลบ
  16. เห็นด้วยคะ ใครทำกรรมใดไว้ ตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  17. มันก็มารอยเดิมๆ เมื่อไม่ชอบกัน ก็หาเรื่องใส่ ว่าร้ายกัน อาจารย์ก็ยุลูกศิษย์ลูกหาให้ทำ พากันลงนรก

    ตอบกลับลบ
  18. เราต้องช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  19. พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ต้องปกป้อง

    ตอบกลับลบ
  20. ไม่อยากจะคิดภาพตามเลยว่า ผู้ที่กระทำแบบนี้ต่อท่านผู้มีศีลบริสุทธิ์ จะพบกับวิบากกรรมอะไรบ้าง

    ตอบกลับลบ
  21. พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ต้องปกป้อง

    ตอบกลับลบ
  22. ไม่อยากจะคิดภาพตามเลยว่า ผู้ที่กระทำแบบนี้ต่อท่านผู้มีศีลบริสุทธิ์ จะพบกับวิบากกรรมอะไรบ้าง

    ตอบกลับลบ
  23. เราต้องปกป้องหลวงพ่อธัมมชโยคะเพราะท่านบริสุทธิ์และพวกเราไม่ต้องการเป็นอีกกรณีที่จะต้องมาเขียนเป็นบทเรียนเอาเป็นความจริงณ.ปัจจุบันเลยคะว่าหลวงพ่อท่านบริสุทธิ์

    ตอบกลับลบ
  24. เราต้องปกป้องหลวงพ่อธัมมชโยคะเพราะท่านบริสุทธิ์และพวกเราไม่ต้องการเป็นอีกกรณีที่จะต้องมาเขียนเป็นบทเรียนเอาเป็นความจริงณ.ปัจจุบันเลยคะว่าหลวงพ่อท่านบริสุทธิ์

    ตอบกลับลบ
  25. นี่คือเหตุผลที่เราไม่ควรวางเฉยกับกระบวนการ(ไม่)ยุติธรรม

    ตอบกลับลบ
  26. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง ยุดนี้เราจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เหมือนในอตีด

    ตอบกลับลบ
  27. น่ากลัวจริงพวกที่หวังทำลายพระและพระศาสนาเพราะมีอำนาจในมือ คงใช้แต่ความและความจริงเข้าสู้. เราไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นอีกนะคะ มันโหดร้ายเกินไปแล้ว

    ตอบกลับลบ
  28. ขออย่าให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลย ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ความอิจฉาไม่ทำให้ใครได้ดีเลยจริง ๆ

    ตอบกลับลบ
  29. ไม่น่าเชื่อว่าจะทำกันได้ถึงเพียงนี้

    ตอบกลับลบ
  30. มนุษย์เราไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริง ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้พ้นจากสังสารวัฏไปด้วยกัน เงิน?ตำแหน่ง?อำนาจ?ช่วยไม่ได้ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นที่ตัดสิน

    ตอบกลับลบ
  31. มนุษย์เราไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริง ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้พ้นจากสังสารวัฏไปด้วยกัน เงิน?ตำแหน่ง?อำนาจ?ช่วยไม่ได้ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นที่ตัดสิน

    ตอบกลับลบ
  32. อย่าให้ประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  33. ทำดีย่อมได้ดีเสมอ เพราะเพียงแค่คิด
    จะทำดี...ใจย่อมผ่องใส

    ตอบกลับลบ
  34. ต้องช่วยกันปกป้องพุทธศาสนาปกป้องพระสงฆ์อย่าเพิกเฉย ถ้าพระศาสนาถูกทำลายคงวุ่นวายแน่

    ตอบกลับลบ
  35. อย่าให้เกิดเรื่องซ้ำแบบนี้อีกเลย
    ขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อธัมมชโยด้วยค่ะ

    ตอบกลับลบ
  36. ต้องช่วยกันปกป้องพุทธศาสนาปกป้องพระสงฆ์อย่าเพิกเฉย ถ้าพระศาสนาถูกทำลายคงวุ่นวายแน่

    ตอบกลับลบ
  37. สัจธรรมความจริง ไม่มีวันเสื่อมสลาย ในที่สุดจะต้องได้รับการพิสูจน์ ไม่ช้าก็เร็ว แต่บทเรียนในอดีตจะเป็นปรัโยชน์ให้เราไม่ปล่อยปละละเลยให้ประวัติศาสตร์ซำรอยนานเกินไป ด้วยพลังแห่งบุญของเราขอใ้ห้ เรา
    สามารถช่วยกันป้องกันแก้ไข ไม่ให้มารทำความชั่วสำเร็จค่ะ

    ตอบกลับลบ
  38. ทำไมไม่ใช้อดีตมาสอนตน หรือต้องรอให้กรรมตามสนองมากกว่าเดิม เพราะทราบทั้งทราบว่าผลจะเป็นเช่นไร แต่ยังกระทำผิดอยู่ร่ำไป หยุดเสียทีความชั่ว ขอคืนความยุติธรรมและความสว่างให้ประเทศไทยเสียที จะได้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ตอนนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยมาก ตอนนี้ทั่วโลกทราบเหตุการณ์และความจริงทั้งหมดแล้วจึงได้มีการลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แพระผู้บริสุทธิ์ โปรดอย่าดื้อดึงอยู่เลบค่ะคณะผู้มีเจตนาร้ายทั้งหลาย

    ตอบกลับลบ
  39. คำตอบ
    1. ศาสนาพุทธสอนให้คนมีสติ สอนให้เป็นคนดีแยกแยะผิด ชอบ ชั่ว ดี แต่ถ้าไม่เรียนรู้ และศึกษาพระธรรมวินัยก็ยากที่จะชนะกิเลสในตัวได้ หลวงพ่อจึงเน้นในการนั่งสมาธิเป็นหลักเพื่อกลั่นใจให้ใสจะได้รู้เท่าทันกิเลสในตัวเราโชคดีที่มาเจอครูบาอาจารย์เป็นต้นแบบไม่งั้นป่านนี้ไม่รู้ย่างกี่ขุมแล้วเพราะกว่าจะมาเจอวัด เจอหลวงพ่อก็ไม่รู้ว่าชีวิติจะเป็นอย่างไร

      ลบ
  40. อย่าให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกเลยในประเทศไทย

    ตอบกลับลบ
  41. ประวัติศาสตร์อันอัปยศที่ไม่น่าจดจำ ทราบมาว่าผู้ที่ร่วมกันให้ร้ายพระพิมลธรรมให้ครั้งนั้น ล้วนแล้วแต่ตายไม่ดีทั้งสิ้น จะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำรอยอีกเหรอ เราคงยอมไม่ได้

    ตอบกลับลบ
  42. ไครทำกรรมใดไว้ผลกรรมนั้นก็จะตามมาคะ

    ตอบกลับลบ
  43. ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

    ตอบกลับลบ
  44. ทำไมจิตใจชั่วช้า กลั่นแกล้งสงได้ขนาดนี้

    ตอบกลับลบ
  45. อย่าให้ประวัติที่ไม่ดีซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  46. เราต้องช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนา และอย่าให้ประว้ติศาสตร์ซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  47. กิเลสนี่มันร้ายนัก ถ้าเราให้ช่องมันแม้แต่เพี่ยงนิดเดียว มันก็เอาเราถึงที่สุด อย่าเอาทางโลกมายุ่งกับทางธรรมเลย

    ตอบกลับลบ
  48. ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าไม่รู้เท่าทันกิเลสในใจเรา ก็พ่ายแพ้กิเลสกันทั้งสิ้น

    ตอบกลับลบ
  49. เมื่อเวลาผ่านไปความจริงปรากฎ ขอเพียงมีความอดทน ขอกราบอนุโมทนากับพระพิมลธรรมด้วยนะคะ

    ตอบกลับลบ
  50. มีคนตายมาแล้วมากมายด้วยอำนาจมืด และจากมือที่มองไม่เห็น ขอให้บารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขจัดความมืดบอด ให้ออกไปจากใจของอำนาจมืดซักทีเถอะครับ....!

    ตอบกลับลบ
  51. ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอค่ะ หยุดทำร้ายพระสงฆ์ที่ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบได้แล้ว มันบาปมหันต์

    ตอบกลับลบ
  52. มีคนตายมาแล้วมากมายด้วยอำนาจมืด และจากมือที่มองไม่เห็น ขอให้บารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขจัดความมืดบอด ให้ออกไปจากใจของอำนาจมืดซักทีเถอะครับ....!

    ตอบกลับลบ
  53. ไม่น่าเชื่อนะคะ เป็นชาวพุทธด้วยกัน ยังทำกันแบบนี้ ถ้าศาสนาอื่นมาแย่งชิงแผ่นดิน ก็คงหวานเขาล่ะ ทำไมไม่สามัคคีกันไว้ ทำลายกันทำไม หรือกลัวประเทศชาติจะเจริญ????

    ตอบกลับลบ
  54. เราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ขอร่วมปกป้องหลวงพ่อธัมมชโยด้วยชีวิตค่ะ

    ตอบกลับลบ
  55. ตื่นเถิดชาวไทย อย่าให้สถาบันไม่ยุติธรรม มาตัดสินความยุติธรรม ขออำนาจของพระรัตนตรัยอันไม่มีประมาณ จงปกปักษ์รักษาพระพุทธศาสนาและพระผู้บริสุทธิ์ด้วยเทอญ

    ตอบกลับลบ
  56. ขอปกป้องพระพุทธศาสนา

    ตอบกลับลบ
  57. ไม่มีใครหลีกพ้นเรื่องกฏแห่งกรรม โปรดหยุดกลั่นแกล้งหลวงพ่อธัมมชโย ท่านเป็นพระที่บริสุทธิ์ ขอเตือน!!!

    ตอบกลับลบ
  58. ยากให้ผู้ที่กระทำกับ หลวงพ่อ อ่านจังเลยครับ ว่าผลจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากระทำสำเร็จ หริไม่สำเร็จก็เกิด ครับ

    ตอบกลับลบ
  59. โห....นี่คือแผนการที่จะกลับมาซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  60. ขอร่วมปรกป้องพระพุทธศาสนา ค่ะ

    ตอบกลับลบ
  61. ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย
    ไม่ว่าดวงจิตดวงวิญญาณของหลวงปู่พิมลธรรม อาจ จะอยู่ ณ หนใด
    ขออราธนาให้ท่านมาช่วยดูแลปกป้องหลวงปู่ ธรรมชัยโยด้วยเทอญ
    ขอกราบเรียนอารธนาเจ้าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  62. ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ตนจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  63. ใครทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม ตนจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  64. อย่าให้ประวัติศาตร์ซ้ำลอยเดิมเลยคนทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อได้ชั่ว ความสุขแค่ไม่กี่ปี แต่บาปที่เรากระทำไว้มันจะติดตัวเราไปนานแสนนาน

    ตอบกลับลบ
  65. เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยไม่ได้ เพราะครั้งนี้อาจเป็นชนวนให้พุทธศาสนาในไทยสูญสิ้น และศาสนาอื่นได้โอกาสเข้ามาแทนที่

    ตอบกลับลบ
  66. ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้กับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ขออย่าได้เกิดขึ้นอีกเลย

    ตอบกลับลบ
  67. เราชาวพุทธต้องช่วยกัน อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หลวงพ่อธัมมชโยท่านบริสุทธิ์ เราต้องช่วยกันปกป้องท่าน

    ตอบกลับลบ
  68. น่าเศร้าใจชาวพุทธน่าจะจำเป็นบทเรียน

    ตอบกลับลบ
  69. เศร้าใจมากค่ะที่คนใส่ร้ายท่านขออย่าให้มีเหตุการณ์เกิดซ้ำอีกกับพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกเลยคนที่ทำต้องรับกรรมหนักค่ะ

    ตอบกลับลบ
  70. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ธัมมชโย ท่านมีคุณกับพระศาสนาท่านทุ่มเวลาให้ตลอด ๔๖ พรรษา จนบัดนี้ ท่านอายุลว่งเข้า๗๒แล้ว
    ขยายงานเผยแผ่ไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ ผลงานมากมาย
    จนต่างชาติเห็น ได้มอบโล่แสดงความขอบคุณ ถึง ๙๒ จาก๔๐ประเทศ แต่เสียดายคนในประเทศกับมองไม่เห็น น่าเสียดาย

    ตอบกลับลบ
  71. การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญมาเพราะมันมักย้อนรอยเดิมเสมอ..เพียงเปลี่ยนตัวแสดง..มารมักใช้วิธีเดิมๆเล่นงาน..

    ตอบกลับลบ
  72. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ธัมมชโย ท่านมีคุณกับพระศาสนาท่านทุ่มเวลาให้ตลอด ๔๖ พรรษา จนบัดนี้ ท่านอายุลว่งเข้า๗๒แล้ว
    ขยายงานเผยแผ่ไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ ผลงานมากมาย
    จนต่างชาติเห็น ได้มอบโล่แสดงความขอบคุณ ถึง ๙๒ จาก๔๐ประเทศ แต่เสียดายคนในประเทศกับมองไม่เห็น น่าเสียดาย

    ตอบกลับลบ
  73. ชาวพุทธต้องตื่นตัวรับรู้ฝ่ายทำลายอย่านิ่งดูดายนะครับ

    ตอบกลับลบ
  74. ร่วมปกป้องพระศาสนา

    ตอบกลับลบ
  75. สาธุค่ะ เป็นบทความที่ดีมากค่ะ ทำให้ได้ทราบถึงประวัติศาสตร์อันน่าอัปยศแห่งวงการสงฆ์ไทย ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย

    ตอบกลับลบ
  76. ชาวพุทธต้องช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา และพระภิกษุผู้ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาให้พ้นจาก คนพาลที่จ้องทำลายอยู่ในขณะนี้

    ตอบกลับลบ
  77. คนพาลมีปัญญาทราม แม้กระทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึกตัว เขาย่อมจะเดือดร้อน เพราะการกระทำของตนเหมือนถูกไฟไหม้ฉะนั้น

    ตอบกลับลบ
  78. ชาวพุทธต้องช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา และพระภิกษุผู้ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาให้พ้นจาก คนพาลที่จ้องทำลายอยู่ในขณะนี้

    ตอบกลับลบ
  79. ปัจจุบันนี้ก็หาได้แจกต่างจากยุคนั้นไม่

    ตอบกลับลบ
  80. ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ชาวพุทธต้องลุกขึ้นสู้นะคะ อย่าให้ต้องสูญเสียพระดีๆอีกเลย

    ตอบกลับลบ
  81. ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ชาวพุทธต้องลุกขึ้นสู้นะคะ อย่าให้ต้องสูญเสียพระดีๆอีกเลย

    ตอบกลับลบ
  82. พุทธบริษัท 4 ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว (คุณครูไม่ใหญ่)

    ตอบกลับลบ
  83. สังคม คนอิจฉา ใช้อำนาจเพื่อความยิ่งใหญ่ ไปไม่รอดหรอก ไม่สบายทั้งกายและใจ มาสวดมนต์ นั่งสมาธิดีกว่าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  84. สังคมไทยตัดแข้งตัดขากันเอง ก็หาความเจริญยาก

    ตอบกลับลบ
  85. ประวัติศาสตร์ คือบทเรียนชั้นดี. อย่าให้ประวัติซ้ำรอย. มารทำหน้าที่ของมาร พระก็ทำหน้าที่ของพระค่ะ สรุปสุดท้าย. พระชนะมาร

    ตอบกลับลบ
  86. พวกเราชาวพุทธต้องปกป้องพระพุทธศาสนา

    ตอบกลับลบ
  87. สงสารพระพิมลมาก
    ถูกจับสึก
    สิบปีผ่านไป
    อุ๊ย
    ไม่มีความผิด

    ตอบกลับลบ
  88. สงสารพระพิมลมาก
    ถูกจับสึก
    สิบปีผ่านไป
    อุ๊ย
    ไม่มีความผิด

    ตอบกลับลบ
  89. ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คิดร้ายกับศาสนา กับพระ. จะไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง ใช้แต่ลูกน้อง. สักวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างเปิดเผยขึ้นมาคุณจะไม่มีแผ่นดินที่จะอยู่

    ตอบกลับลบ
  90. พุทธศาสนาคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราชาวไทย ต้องช่วยกันรักษาไว้ค่ะ

    ตอบกลับลบ
  91. เราชาวพุทธต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้มีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก หากเกิดขึ้นอีกนับเป็นความอัปยศต่อประเทศอละวงการศาสนาอย่างยิ่งครับ

    ตอบกลับลบ
  92. เราชาวพุทธต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้มีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้นอีก หากเกิดขึ้นอีกนับเป็นความอัปยศต่อประเทศอละวงการศาสนาอย่างยิ่งครับ

    ตอบกลับลบ
  93. ใช่เลยค่ะ การพยายามทำลายสงฆ์โดยบังคับให้ท่านสึกและจับยัดเข้าคุก และเขาวางแผนจะทำแบบเดียวกันกับหลวงพ่อธัมมชโย สู้ตายค่ะ

    ตอบกลับลบ
  94. ใช่เลยค่ะ การพยายามทำลายสงฆ์โดยบังคับให้ท่านสึกและจับยัดเข้าคุก และเขาวางแผนจะทำแบบเดียวกันกับหลวงพ่อธัมมชโย สู้ตายค่ะ

    ตอบกลับลบ
  95. เรารักพระพุทธศาสนา เราจะปกป้องพระพุทธศาสนาไม่ให้ใครมารังแกหรือทำลาย

    ตอบกลับลบ
  96. ความริษยา...น่ากลัว..มีแต่คิดทำลายล้าง...ผู้อื่นให้ย่อยยับ...

    ตอบกลับลบ
  97. ได้เวลาปกป้องพระพุทธศาสนาให้อยู่คู้โลก ถึงเวลาคนดีต้องตื่นได้แล้วมาพบกับความเป็นจริง...เลิกอยู่กับนิยายน้ำเน่าที่ถูกยัดเยียดมานานเมื่อสื่อไม่ได้ยืนอยู่ข้างประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม สื่อมีหน้าที่ปกป้องกลุ่มชนชั้นนำเป็นหลัก คนส่วนใหญ่ถูกผลักให้เป็นชนชั้นรากเน่า....ของสังคม คนดีจึงถูกรังแกไม่จบไม่สิ้น คนดีมีศิลธรรมจึงต้องรวมตัวใช้พลังสามัคคีให้กลายเป็นพลังอำนาจต่อรองกับคนพาลในคราบผู้ดีจอมปลอม ได้เวลาตาสว่าง...มาอบรมอุบาสิกาแก้วให้ใจสว่างกันทั่วโลก

    ตอบกลับลบ
  98. พระโดนกลั่นแกล้งมามากแล้ว ต่อไปความจริงและเบื้องหลังคนทำชั่วจะถูกเปิดโปงทั้งหมด ขอให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองอีกครั้ง

    ตอบกลับลบ
  99. น่าเศร้าจัง โดนกล่าวหาทั้งๆที่ไม่ผิด อยู่หลายปี

    ตอบกลับลบ
  100. ผู้มีปัญญาย่อมพิจารณาจากความจริง ไม่ใช่ข่าวลือ ขอไว้อาลัยให้สื่อไทย แต่เราไม่ยอมแพ้ ความหวังยังมี ความดียังดำเนินต่อไป สุดท้ายความดีย่อมชนะความชั่วร้ายทุกอย่าง

    ตอบกลับลบ
  101. น่าเศร้าใจมากถ้าประเทศไทยไม่มีพุทธศาสนาขอเชิญชวนให้ท่านหญิงทุกท่านที่รักพระพุทธศาสนามาบวชอุบาสิกาแก้วกันมากๆนะคะเพื่อบูชาธรรมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและให้พระศาสนาของเราอยู่ยาวนานสืบไปในภายภาคหน้าตลอดกาลนานด้วยเทอญ

    ตอบกลับลบ
  102. ผู้มีปัญญาย่อมพิจารณาจากความจริง ไม่ใช่ข่าวลือ ขอไว้อาลัยให้สื่อไทย แต่เราไม่ยอมแพ้ ความหวังยังมี ความดียังดำเนินต่อไป สุดท้ายความดีย่อมชนะความชั่วร้ายทุกอย่าง

    ตอบกลับลบ
  103. บริสุทธิ์คนแล้วคนเล่าต้องเจอแบบนี้ ต้องรับสภาพเช่นนี้ สังคมไทยจะต้องเจอสภาพแบบนี้สภาพแบบนี้ไปอีกนานหากไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

    ตอบกลับลบ
  104. อย่าต้องให้เกิดอย่างนี้อีกเลย จงมาช่วยกันปกป้องภัยให้กับพระศาสนาตั้งแต่เนิ่นๆ เถิด

    ตอบกลับลบ
  105. ตัวอย่าง ความอยุติธรรม ก็มีให้เห็นกันแล้ว ประวัติศาสตร์ของๆไทยสยาม เราจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

    ตอบกลับลบ
  106. ตัวอย่าง ความอยุติธรรม ก็มีให้เห็นกันแล้ว ประวัติศาสตร์ของๆไทยสยาม เราจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

    ตอบกลับลบ
  107. เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ตั้งใจทำความดีช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาและผู้ที่บริสุทธิ์ แม้ว่าจะยากลำบากเพียงใดแต่ความจริงก็คือความจริง คนดีต้องรักษาความดีเหมือนเกลือรักษาความเค็ม

    ตอบกลับลบ
  108. เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก แต่พวกเราชาวธรรมกาย จะไม่ยอมให้ใคร มาทำกับ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้ พวกเราจะออกมาเรียกร้อง และต่อสู้ด้วยความสงบนิ่งให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา

    ตอบกลับลบ
  109. อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเลยครับ

    ตอบกลับลบ
  110. อ่านแล้วเศร้าค่ะ เพราะความอิจฉาริษยา ทำให้พระพิมลธรรมต้อง สู้คดีถึง 21 ปี อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อเลย

    ตอบกลับลบ
  111. พวกเราจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์นั้นมาเกิดขึ้นกับ หลวงพ่อธัมชโย และ วัดพระธรรมกาย แน่นอนค่ะ ขอให้พวกเราทุกคนเข้มแข็ง ร่วมแรง ร่วมใจ ปกป้องพระศาสนา และ ปกป้องหลวงพ่อด้วยชีวิต เราทำได้ค่ะ

    ตอบกลับลบ
    คำตอบ
    1. ใช่ๆ เห็นด้วยค่ะ. ขอยืนหยัดสู้ไปพร้อมๆกันค่ะ

      ลบ
    2. ใช่ๆ เห็นด้วยค่ะ. ขอยืนหยัดสู้ไปพร้อมๆกันค่ะ

      ลบ
  112. พวกเราจะช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาค่ะ

    ตอบกลับลบ
  113. ความจริงใจ ของรัฐบาล ต้องมีกับพระสงฆ์ทุกรูป ต้องเคารพพระ อย่าใส่ร้ายพระ

    ตอบกลับลบ
  114. บทเรียนจากการรังแกข่มเหงพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีในอดีตโดยคณะผู้มีอำนาจสมัยนั้น
    บัดนี้ได้มาเกิดขึ้นอีกแล้วในยุคปัจจุบัน เอาผิดท่านไม่ได้ทางพระวินัย ก็จะใช้ช่องกฎหมายแห่งรัฐเล่นงานท่าน

    ตอบกลับลบ
  115. บทเรียนจากการรังแกข่มเหงพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีในอดีตโดยคณะผู้มีอำนาจสมัยนั้น
    บัดนี้ได้มาเกิดขึ้นอีกแล้วในยุคปัจจุบัน เอาผิดท่านไม่ได้ทางพระวินัย ก็จะใช้ช่องกฎหมายแห่งรัฐเล่นงานท่าน

    ตอบกลับลบ
  116. สุดท้ายก็พ้นผิด ความจริงก็คือความจริง

    ตอบกลับลบ
  117. แสดงแผนการว่าร้ายพระ ทำลายพระพุทธศาสนามีมาช้านาน แต่ยุคไหนที่พลังของพระ ของชาวพุทธแข็งแรง มีความสามัคคีกัน ก็ชนะผู้ไม่หวังดีได้ แต่ถ้ายุคไหน ที่พลังของพระ ของชาวพุทธอ่อนแอ่ ขาดความสามัคคี ยอ่มแพ่พ้ายเขาในที่สุด

    ตอบกลับลบ
  118. พระสงค์ดีๆคนทำความดีอยู่ยากลำบากจริงๆนะ ไม่มีความเป็นธรรมเลยกฎหมายเป็นได้แค่กระดาษเปล่าๆล่อนไปมาเท่านั้นละมั้งค่ะ

    ตอบกลับลบ
  119. เป็นบทเรียนที่น่าเศร้าของประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธในประเทศไทย
    พวกเราต้องไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเลย
    ชาวพุทธไทย ต้องสามัคคี เข้มแข็ง
    อย่าให้ใครมากลั่นแกล้งอีก ธรรมย่อมชนะอธรรม

    ตอบกลับลบ
  120. ถาม ส่งสัยมาก ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ที่ผิดพลาดทำลายพุทธ เสียเองรึเปล่าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  121. ถาม ส่งสัยมาก ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้ที่ผิดพลาดทำลายพุทธ เสียเองรึเปล่าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  122. สาธุๆๆค่ะเส้นทางสร้างบารมีช่างมีอุปสรรคมากมาย สะเทือนใจมากค่ะ

    ตอบกลับลบ
  123. ใครชอบสร้างกรรม ก็คงได้รับกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  124. เรื่องน่าเศร้าใจ แต่ขออย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อย่าให้เหตุการณ์เชิ่งนี้เกิดขึ้นกับหลวงพ่อธัมมชโย เราต้องช่วยปกป้องหลวงพ่อท่าน

    ตอบกลับลบ
  125. มาช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนากันดีกว่านะคะ อย่าทำลายล้างพระเดชพระคุณหลวงพ่อเลย หลวงพ่อท่านไม่ได้อยากเด่น อยากดัง อยากรวย ท่านมีแต่ทำงานพระศาสนามาตลอดชีวิต มาทำความดี ดีกว่าค่ะ กฏแห่งกรรมมีจริง ให้กรรมดีส่งผลดีกว่านะคะ

    ตอบกลับลบ
  126. ใครชอบสร้างกรรม ก็คงได้รับกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  127. มาช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนากันดีกว่านะคะ อย่าทำลายล้างพระเดชพระคุณหลวงพ่อเลย หลวงพ่อท่านไม่ได้อยากเด่น อยากดัง อยากรวย ท่านมีแต่ทำงานพระศาสนามาตลอดชีวิต มาทำความดี ดีกว่าค่ะ กฏแห่งกรรมมีจริง ให้กรรมดีส่งผลดีกว่านะคะ

    ตอบกลับลบ
  128. เพราะความอิจฉาริษยา เป็นเหตุแท้ๆ

    ตอบกลับลบ
  129. หวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดในเมืองไทยอีกนะ เข็ดซะทีเถอะ มันบาป

    ตอบกลับลบ
  130. ขออย่าให้ประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นอีก

    ตอบกลับลบ
  131. ทำไมต้องเรียนประวัติศาสตร์?
    ทำไมต้องศึกษาข้อผิดพลาดในอดีต?
    สิ่งที่ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไป
    ใครเล่ารับผิดชอบ!

    ตอบกลับลบ
  132. ประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม ด้วยการทำร้ายพระผู้บริสุทธิ์ ในที่สุดผลกรรมชั่วก็ย้อนกลับคืนสนองอย่างสาสม นี้จึงเป็นบทเรียนอันมีค่าที่สุดที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป !!!
    สมดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส
    เรื่อง "กฎแห่งกรรม" ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" บุคคลหว่านพืชเช่นใด ก็ย่อมได้ผลเช่นนั้น ฯ

    ตอบกลับลบ
  133. ทำไมต้องเรียนประวัติศาสตร์?
    ทำไมต้องศึกษาข้อผิดพลาดในอดีต?
    สิ่งที่ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไป
    ใครเล่ารับผิดชอบ!

    ตอบกลับลบ
  134. น่าสงสารประเทศไทยที่วังมีคนจำพวสกชิงเปรตเกิดอีกเยอะ คงอีกนานกว่าจะดี จนกระทั่วถึงพวกคนชั่วเหล่านี้ตาย ตายก้อยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะว่ามันคงได้เซี่ยมสอนกันต่อไปเป็นรุ่น ๆ นี่หรือประเทศไทย

    ตอบกลับลบ
  135. กัมมุนาวัตติโลโก...
    สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

    ตอบกลับลบ
  136. พวกชั่วชาติ และชาติชั่ว อย่ามามั่วทำร้ายพระซ้ำอีกนะ

    ตอบกลับลบ
  137. เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยไม่ได้ เพราะครั้งนี้อาจเป็นชนวนให้พุทธศาสนาในไทยสูญสิ้น และศาสนาอื่นได้โอกาสเข้ามาแทนที่

    ตอบกลับลบ
  138. โอ้แจ่มแจ้ง กระจ่างใจจริงหนอ

    ตอบกลับลบ
  139. ใครดีไม่ได้ สังคมน้ำเน่า

    ตอบกลับลบ
  140. ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีกเลย

    ตอบกลับลบ
  141. ผมจะไม่ยอมให้บทเรียนในอดีตเกิดขึ้นกับหลวงพ่อธัมมชโยอีก

    ตอบกลับลบ
  142. อ่านแล้วสะท้อนใจมาก เรื่องอย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกในยุคนี้

    ตอบกลับลบ
  143. บาปกรรมมีจริง ความวิบัติหายนะของการก่อบาปใส่่ร้ายผู้อื่นโดยเฉพาะกับพระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ตัวเองไม่ได้รับคนเดียวครอบครัวลูกหลานหมู่ญาติวงศ์ตระกูลที่เกี่ยวโยงล้วนถูกกระแสบาปที่ตัวก่อดึงดูดสู่ความหายนะวิบัติตามๆกันจากการกระทำของตัวเองแท้ๆ บาปกรรมมีจริง

    ตอบกลับลบ
  144. เราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

    ตอบกลับลบ
  145. น้ำตาไหลเลยค่ะ สงสารท่านจับใจ

    ตอบกลับลบ
  146. น้อมกราบด้วยความเคารพรักเป็นที่สุดเจ้าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  147. น่าเศร้าใจมาก เราชาวพทุธอย่าให้
    ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!!!

    ตอบกลับลบ
  148. พุทธศาสนาสำคัญที่สุด เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย และประชาชนคนไทย รักษาให้ดีๆนะคะ

    ตอบกลับลบ
  149. ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายต้องช่วยกันปกป้องหลวงพ่อธัมมชโย อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนพระพิมลธรรม ใครก็ตามที่กระทำต่อพระผู้ทรงศีลจะได้รับผลกรรมไม่ช้าก็เร็ว

    ตอบกลับลบ
  150. เรารักหลวงพ่อเราจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    ตอบกลับลบ
  151. กว่าจะพิสูจน์ว่า บริสุทธิ์ ใช้เวลานานมาก และไม่มีบทลงโทษ ผู้กล่าวหา นอกจาก กฎแห่งกรรม ซึ่งคนส่วนมากก็ไม่เชื่อ ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอยู่เลย เมื่อไหร่ศีลธรรมจะเบ่งบานในใจคนไทยทั้งชาติ ซะทีนะ..

    ตอบกลับลบ
  152. เราได้รู้เรื่องกรรมมีจริง ใครที่แตะต้องผ้าหลืองผู้บริสูทธ์ย่อมตายโหง ทุกราย ตัวอย่างมีใให้เห็น ความริษยายังมีในหมู่สงฆ์ไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นไปแล้วและมีถึงยุดนี้เห็นๆในหลายวัด ที่กระแนะกระแหนวัดพระธรรมกาย

    ตอบกลับลบ
  153. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง แล้วลงมาช่วยกัน รักษาคนดีให้ยืนอยู่ในโลกนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา และพระผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์กันนะครับ

    ตอบกลับลบ
  154. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง แล้วลงมาช่วยกัน รักษาคนดีให้ยืนอยู่ในโลกนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนา และพระผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์กันนะครับ

    ตอบกลับลบ
  155. ต้องปกป้องความดี ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจากกรรมชั่วของผู้มีอคติเป็นที่ตั้ง

    ตอบกลับลบ
  156. ก็อย่าให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับพระรูปอื่นเลย

    ตอบกลับลบ
  157. ประวัติศาสตร์มีไว้ดีแล้วเพื่อเป็นบทเรียน จะไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก

    ตอบกลับลบ
  158. กฏแห่งกรรม ตามทุกคนที่ทำกรรมหนัก เบา แล้วแต่การกระทำ แต่จะหนักสำหรับผู้ที่คอยตามจองล้างจองผลาญพระผู้บริสุทธิ์ ฤาผู้มำอำนาจยุคนี้กำลังได้รับผลกรรมนั้น

    ตอบกลับลบ
  159. ชาวพุทธที่ดี มีทุกยุคทุกสมัย เรามาร่วมมือ ร่วมใจกันสร้างความเป็นธรรมให้พระสงฆืในพระพุทธศาสนากันเถิดค่ะ อย่าให้ท่านถูกรังแกได้ ส่วนผู้ที่เจตนารังแกพระสงฆ์และทำลายพระศาสนาก็จะได้รับผลกรรมด้วยตัวเขาเองในเร็ววัน

    ตอบกลับลบ
  160. อ่านแล้วเศร้าจัง ขอให้เกิดกับท่านรูปเดียวก็พอ อย่าเกิดกับพระรูปอื่นเลย

    ตอบกลับลบ
  161. อ่านแล้วเศร้าจัง ขอให้เกิดกับท่านรูปเดียวก็พอ อย่าเกิดกับพระรูปอื่นเลย

    ตอบกลับลบ
  162. ขอถวายความเคารพและความอาลัยแด้ท่านเจ้าคุณพิมลธรรมครับ เราชาวพุทธต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก

    ตอบกลับลบ
  163. อย่าให้มีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์อีกเลยบาปกรรมตามทันนะคะ

    ตอบกลับลบ
  164. อย่าให้มีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์อีกเลยบาปกรรมตามทันนะคะ

    ตอบกลับลบ
  165. รอยเดิมที่ด่าง เราคนรุ่นหลังจะปกป้องพระพุทธศาสนาจะมิให้เกิดปัญหาขึ้นอีกเจ้าค่ะ

    ตอบกลับลบ
  166. เราชาวพุทธจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
    จะไม่ยอมให้พระดีๆถูกรังแกอีก เราจะปกป้องเท่าชีวิต

    ตอบกลับลบ
  167. ท่านที่เสพสื่อหลายๆ ท่าน....

    คงไม่เคยรู้ข้อมูลนี้.....

    ออกมาปกป้องศาสนาพุทธ อันเป็นศาสนาที่ทำให้เมืองไทย...
    มีความน่าอยู่มาจนทุกวันนี้กันเถอะค่ะ.....

    ตอบกลับลบ
  168. เราชาวพุทธจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
    จะไม่ยอมให้พระดีๆถูกรังแกอีก เราจะปกป้องเท่าชีวิต

    ตอบกลับลบ
  169. นี้คือประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ลูกๆจะไม่ยอมให้สมเด็จช่วงและหลวงพ่อธัมมชโยโดนกระทำเหมือนพระพิมลธรรมอาจ จะพยายามปกป้องหลวงพ่อเท่าชีวิตมิให้ผู้อื่นใดเข้ามาจับกุมท่าน โดยเด็ดขาด ซึ่งลูกๆก็ย่อมวางแผนอย่างสุดยอดปกป้องหลวงพ่อท่านอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

    ตอบกลับลบ
  170. ความอิจฉาริษยามันร้ายยิ่งนัก ถ้ามันเกาะกุมจิตใจใครคงยากที่จะหลุด กรรมชั่วต่างๆก็จะตามมาด้วยแรงของกิเลส แต่ในที่สุดก็ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ตอบกลับลบ
  171. ความอิจฉาริษยามันร้ายยิ่งนัก ถ้ามันเกาะกุมจิตใจใครคงยากที่จะหลุด กรรมชั่วต่างๆก็จะตามมาด้วยแรงของกิเลส แต่ในที่สุดก็ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ตอบกลับลบ
  172. ความดีชนะทุกสิ่ง ความจริงชนะทุกอย่าง ธรรมย่อมชนะอธรรมเสมอ

    ตอบกลับลบ
  173. มีบทเรียนอันทรงคุณค่าแล้ว. เราต้องสามัคคีกันและต้องรักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้ลูกหลานของเราให้ได้ สู้ๆค่ะ

    ตอบกลับลบ
  174. ความดีชนะทุกสิ่ง ความจริงชนะทุกอย่าง ธรรมย่อมชนะอธรรมเสมอ

    ตอบกลับลบ
  175. ชาวพุทธแท้ทั่วทุกมุมโลกครับ อย่าให้ประวัติศาสต์ซ้ำรอยเดิมเลยนะครับ โปรดช่วยกันออกมาปกป้องพระผู้บริสุทธิ์ มุ่งเอาชีวิตเป็นเดิมพันธ์ในการรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่ประเทศไทยไปตราบนานเท่านาน หมู่คนภัยพาล ที่จ้องทำลายล้าง ..ให้ร้ายหลวงพ่อธัมมชโย โปรดหยุดการเคลื่อนไหว ผมรับรองว่าประเทศชาติสงบสุขแน่นอนครับ

    ตอบกลับลบ
  176. จะไม่ยอมให้มีเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้เกิดขึ้นได้อีก พระพุทธศาสนาและพระสงฆ์คือสิ่งต้องเคารพ เราจะช่วยเหลือและรักษาไม่ให้พุทธศาสนาโดนทำลายได้อีก

    ตอบกลับลบ
  177. ชาวพุทธแท้ทั่วทุกมุมโลกครับ อย่าให้ประวัติศาสต์ซ้ำรอยเดิมเลยนะครับ โปรดช่วยกันออกมาปกป้องพระผู้บริสุทธิ์ มุ่งเอาชีวิตเป็นเดิมพันธ์ในการรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่ประเทศไทยไปตราบนานเท่านาน หมู่คนภัยพาล ที่จ้องทำลายล้าง ..ให้ร้ายหลวงพ่อธัมมชโย โปรดหยุดการเคลื่อนไหว ผมรับรองว่าประเทศชาติสงบสุขแน่นอนครับ

    ตอบกลับลบ
  178. พระสงฆ์ฝ่ายศักดินานี้. อยู่ในกระลาแลนต์นานไปหน่อย. มองไม่เห็นแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา. เอาเสียเลย. มองแต่ลาภยศสรรเสริญสุขแต่พอตัว. ไม่สมกับหน้าที่ที่ตนพึงได้รับ. พระเดชพระคุณท่านต้องต่อสู้ยึดมั่นในความจริงๆ. ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม. แสดงถึงขันติธรรมที่งดงาม. น่าละอายกับพวกใจบาป. ตายไปคงไปดีนะ

    ตอบกลับลบ
  179. พระสงฆ์ฝ่ายศักดินานี้. อยู่ในกระลาแลนต์นานไปหน่อย. มองไม่เห็นแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา. เอาเสียเลย. มองแต่ลาภยศสรรเสริญสุขแต่พอตัว. ไม่สมกับหน้าที่ที่ตนพึงได้รับ. พระเดชพระคุณท่านต้องต่อสู้ยึดมั่นในความจริงๆ. ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม. แสดงถึงขันติธรรมที่งดงาม. น่าละอายกับพวกใจบาป. ตายไปคงไปดีนะ

    ตอบกลับลบ
  180. อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ต้องช่วยกันปกป้องพระผู้ปฏิบัติดีอย่างถึงที่สุด
    ผู้มีอำนาจลุแกอำนาจ รังแกผู้บริสุทธิ์ มีทุกสมัย แย่มากๆ น่าจะเห็นคุณค่าคนทำความดีนะ

    ตอบกลับลบ
  181. ประเทศนี้ไม่ชอบให้ใครเก่ง

    ตอบกลับลบ
  182. อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ต้องช่วยกันปกป้องพระแท็ผู้อุทิศชีวิตเพื่อทำนุบำรุง ปกป้อง ฟื้นฟู พระพุทธศาสนาค่ะ

    ตอบกลับลบ
  183. หยุดสร้างความเดือดร้อยให้คณะสงฆ์เถอะครับ

    ตอบกลับลบ
  184. ตื่นกันเถิดชาวพุทธไทย
    เมื่อได้อ่านข้อมูลนี้แล้ว
    ขึ้นมาปกป้องพุทธศาสนา
    ปกป้องพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
    ขับไล่คนพาลมารศาสนา
    ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

    ตอบกลับลบ
  185. เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นชาวพุทธอย่างแท้จริงต้องช่วยกันปกป้องภัยพระพุทธศาสนาไม่ให้เหตุการณืแบบนี้เกิดขึ้นเด็จขาดค่ะ

    ตอบกลับลบ
  186. ประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนามักจะวนกลับมาย้ำรอยเสมอในยามบ้านเมืองตกอยู่ในยุครัฐบาลรัฐประหารคนไทยไม่เคยจดจำกับความเจ็บปวดของพระพระพุทธศาสนาและพระผู้บริสุทธิ

    ตอบกลับลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.