เจ้าคุณเบอร์ลิน ประเด็นร้อน! แฉเงินอุดหนุนสังฆราช งาบ..เงิบยกแก๊งค์





เงินอุดหนุนสังฆราช
เอาเข้าจริงคนเข้าคุก อาจมาเร็วเกินคาด
ดีเบต กับ พุทธอิสระ
ไสตล์เจ้าคุณเบอร์ลิน ไม่มีรำมวยให้คนโห่ ชกเลย

--------------------------------------------------

เรื่องที่ผมจะชวนคุยต่อไปนี้ คนที่ไม่รู้เบื้องหน้าเบื้องหลัง อาจฟังแล้วเฉยๆ
แต่ขอบอกได้เลยว่ คนที่เกี่ยวข้อง อาทิ

วัดอดีตสังฆราช
ตรวจเงินแผ่นดิน
พุทธอิสระ
และคนเบิกเงินไปกว่า 300 ล้าน

พวกคนเหล่านี้หากได้มาอ่านเจอตรงนี้
ของเจ้าคุณเบอร์ลินแล้ว
อาจไข้ขึ้น หรือเป็นลมไปเลยก็ได้
หากตั้งหลักไม่มั่น ตกใจการ์ดตกเมื่อไร
งานนี้อาจมีน๊อคคาเวที

------------------------------------------

ไสตล์เจ้าคุณเบอร์ลินนั้น บางครั้งถือว่าเป็นมวยไร้ตำรา
ประเภทมึงท้ากู
ไม่สน มึงไม่นิมนต์ ข้ามาเอง เมื่อชาติต้องการ ประมาณนี้.
ที่สำคัญ นิสัยแก้ไม่หายของผม ก็คือ ..
"ชอบเอาเรื่องจริง มาพูดเล่น ชอบเอาเรื่องเล็กมาพูดเป็นเรื่องใหญ่
และชอบเอาเรื่องใหญ่ มาพูดป็นเรื่องธรรมดา ทำเหมือนไม่อะไร"

------------------------------------------

แต่เตือนไว้หน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีน้ำใจว่า..
"โพสต์นี้ออกไป ไอ้ที่ร้องท้าดีเบตกันไปมา
จนคนดูเริ่มโห่นั้น อาจกร่อย จนถึงขั้นยกเลิกไปเลยก็ได้"

------------------------------------------

ส่วนผู้เกี่ยวข้องหลัก คือ ตัวละครเอก 3 ตัว
ข้างต้น นั้นขอบอกก่อนว่า "สึนามิ"
 ตั้งเค้ามาแล้วครับ

------------------------------------------

ขอให้เตรียมการให้ดีๆ บรรดาทนาย
อาจจะต้องเตรียมตัวหาข้อมูลไว้เนิ่นๆ
ส่วนข้อมูลที่จะหานั้น ยังไง ๆ ก็ต้องให้
 "เหนือกว่า ของเจ้าคุณเบอร์ลิน"ไว้นะครับ
ไม่เช่นนั้นงานนี้มี "หนาวแน่"

เริ่มเข้าเรื่อง

มาฟังเจ้าคุณเบอร์ลิน ขอดีเบต กับพุทธอิสระ
 ในสนามสมมติ กันสักหน่อยนะครับ
เพื่อเรียกน้ำย่อย ก่อนถึงวันดีเบตจริง
กับ อ. เมธาพันธุ์ แห่ง. มจร.
"เอาอารมณ์ แบบน้ำนิ่งไหลลึก"
เหมือนไม่มีอะไรดังเกริ่นข้างต้นนะครับ
แต่รับรองว่าฟังๆไป บางคน บางหน่วยงาน
อาจได้ตาเหลือกกันบ้างก็ได้

เผลอๆ รายการ ดีเบต กับ อ. เมธาพันธุ์ กับพุทธอิสระ
อาจเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะตรงนี้แจ้งไปหมดแล้ว
หรือเพราะหลังโพสต์นี้ออกไป
อาจจะมีคนหาทางลงให้พุทธอิสระ
เสียก่อนก็ได้ ด้วยอุทานว่า..
"เจ้าคุณเบอร์ลิน เอากูแล้วไง"
ก็ยังไม่ต้องเชื่อ เจ้าคุณเบอร์ลินนะครับ คอยดูเอาเองแล้วกัน

--------------------------------------------

ผมมาฟังเหตุผลที่ พุทธอิสระ ยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการเลี่ยง
ในการดีเบต กับ อ.เมธาพันธุ์โดยขอไม่พูดเรื่อง
พระลิขิต กับ เงินอุดหนุนพระสังฆราช
นั่นเพียงอ้างน้ำขุ่นๆ ว่า ..
"เรื่องนี้ ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว
จะทำให้เสียรูปคดีต้องให้เป็น
เรื่องกระบวนการยุติธรรม"
ถามว่า มันไปอยู่ในกระบวนการยุติธรรมตรงไหน
ของประเทศไทยครับ
เรื่องนี้ก็แค่เป็นเรื่องปกติก็เพียงแค่
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเขาออกมา
รับเอกสารร้องเรียน เท่านั้น
แค่นี้คุณพุทธอิสระ ก็แล้วมาทึกทักเอาว่า ..
" เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
ตีกินเนียนจริงนะครับ

---------------------------------------

ซึ่งวันๆ ผมก็เห็นว่า สตง. เอง
ก็น่าจะรับเรื่องร้องเรียนอย่างนี้เป็นร้อยๆ
เรื่อง ไม่ใช่มีแต่เรื่องของพุทธอิสระ
อย่างเดียวสักหน่อย.ผมจะบอกให้ ว่า..
"เรื่องยื่นเรื่องร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ นั้น
ไอ้ที่ไม่มีข่าวออกมาน่ะ มันน่ากลัว
ยิ่งกว่าที่มีข่าวออกมา มากมายหลายเท่านะครับ
ผมบอกได้แค่นี้แหละ"

ที่พุทธอิสระ มาอ้างแบบนี้
รู้มัยคะแนนแม่ยกตกไปอื้อเลยครับ
เพราะเขาว่า"หน่อมแน้มไปหน่อย"
ผมละงงกับเหตุผลพุทธอิสระครั้งนี้จริงๆ

----------------------------------------

ลองมาดู 4 ประเด็นที่ อ. เมธาพันธุ์ เสนอดีเบตไป
 แต่ถูก พุทธอิสระพยายามเลี่ยง
ใช้ "วิชาอำสังคม" อยู่ขณะนี้
คือ ปรากฏว่าแกตีกรรเชียงหนีดื้อๆ ไป 2 ประเด็น
เป็นประเด็นสำคัญเสียด้วย
คือ เรื่องพระลิขิต
กับ เงินอุดหนุนสังฆราช
ส่วนไอ้ที่หาเหตุผลมาอ้างนั้น ใครๆ เขาก็รู้ทั้งบางว่า
เพื่อเลี่ยงอะไร!!!

และก็เป็น 2 ประเด็นสำคัญ ที่พุทธอิสระ กับพวก
ได้วางแผนชูธงกะเล่นงานสมเด็จช่วงมาตั้งแต่ต้นเสียด้วย
โดยมีเป้าหมาย เพื่อขวางการสถาปนา
สมเด็จพระสังฆราชนะแหละ

----------------------------------------

แต่พอถึงคราวต้องพูดความจริง คราวต้องใช้เอกสารจริง
เพื่อนำมายันกันต่อหน้าสังคม
พุทธอิสระแกกลับพยายามบ่ายเบี่ยง
ไม่อยากพูดถึงพระลิขิต
ไม่อยากพูดถึงเงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราชเสียงั้น

----------------------------------------

ผมจึงขอให้สังคมช่วยกันจับตาดูว่า ..
ทำไมพุทธอิสระจึงมีพฤติการณ์ชวนให้น่าสงสัยอย่างนี้
พุทธอิสระกลัวอะไรหรือเปล่า?



กระซิบหน่อยว่า ..
"อย่าบอกนะว่า เจ้าคุณชั้นราช กับ เจ้าคุณแขก
บอกให้หลวงปู่พุทธอิสระหยุดสาวลึกในสองประเด็นนี้"

ด้วยเหตุผลคือ เพราะเกรงจะหาหลักฐานมาชี้แจงไม่ได้ว่า ..
อันเงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราชปีละ 23 ล้าน

 ตั้งแต่ทรงอาพาธเมื่อปี
2544 จนถึงสิ้นพระชนม์ ปี 2556 รวม 13 ปี นั้น
หากคิดปีละ 23 ล้าน 13 ปี
ก็เป็นเงินเกือบ 300 ล้าน ไม่ใช่น้อยเลย!!

----------------------------------------

หากพุทธอิสระถามถึงเงินสมเด็จพระสังฆราชว่า ไปไหน
เจ้าคุณเบอร์ลิน ก็จะย้อนถาม
ตามวิธีของการดีเบตนอกเวลาก่อนว่า ..

"แล้วใครเบิกไปใช้ละครับ"

เพราะคนเบิกจะรู้ดีกว่าใครอื่น
เพราะสมเด็จพระสังฆราชนอนป่วยอยู่มิใช่หรือ? ในช่วงนั้น
ในช่วงนั้น สมเด็จพระสังฆราช ท่านได้ใช้เงินสักสตางค์แดงเดียวหรือ
เปล่า? รู้สึกพระองค์ยังไม่ได้เลย
หรือ มีสมเด็จพระสังฆราชเงาไปทำระยำ
ไปแอบเอาไปใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว?.
การเบิกจ่ายงบจำนวนมากขนาดนี้
หลักฐานมันหาง่ายกว่า"รถโบราณ"
ของวัดปากน้ำหลายร้อยเท่านะครับ.
ที่ผมยังมีเลยเรื่องนี้ ว่าแต่ ดีเอสไอ ไม่สนทำคดีนี้บ้างหรือครับ

------------------------------------------

และหลวงปู่พุทธอิสระ ก็อย่าไปหลุดปากตอบ
เจ้าคุณเบอร์ลินเชียวนะว่า ..
"เป็นค่ารักษาพยาบาล"

------------------------------------------

ที่จริงเรื่องนี้ หลวงปู่พุทธอิสระ ที่คุยว่าเป็นพญาราชสีห์
หากจะตอบเจ้าคุณเบอร์ลินไม่ยาก
ขอให้ท่านนั่งรถไปถามเอาเอกสาร
ที่ห้องกระจกวัดบวรฯ
เจ้าคุณแขก เจ้าคุณชั้นราช
เจ้าคุณชั้นเทพก็ยังมีอยู่
ให้เตรียมเอกสารการเบิกจ่ายเอาไว้ดี ๆ กันไว้ด้วย
เพราะถึงอย่างไรเสีย วันหนึ่ง เมื่อมีคนร้องเรียน สตง.
เขาก็ต้องตรวจสอบเอกสารเบิกจ่ายเหล่านี้แน่นอน
ตรวจว่า ใช้จ่ายตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่
หาก สตง. ไม่เรียกตรวจสอบตามที่มีผู้ร้องเรียน
หรืออาจระบุก็ได้ว่า ตามที่พุทธอิสระร้องเรียน
ก็จะมีคนไปร้อง สตง. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ก็ได้

-------------------------------------------

ถึงตรงนี้ พอจะจบไหม ครับ ท่านหลวงปู่พุทธอิสระ
พญาราชสีห์ ท่านพอเห็นอะไรลางๆ หรือยังครับ
เจ้าคุณเบอร์ลินบอกแล้วว่า ระวังเจ้านายตัวเองไข้จะขึ้น
คุณก็ไม่ฟัง ดันจนได้เรื่อง

-------------------------------------------

เอาละ มาว่ากันต่อนะครับ
ต่อข้อคำถามที่ว่า เงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราช
ได้มีการเบิกเงินส่วนนี้ไปใช้หรือไม่
เจ้าคุณเบอร์ลิน ก็จะขอย้อนถามพุทธอิสระว่า ..
ถ้าในกรณีที่ไม่ได้มีการเบิกจ่ายไปใช้ในศาสนกิจ
สมเด็จพระสังฆราชนั้น
เหตุเพราะเนื่องจากอยู่ระหว่างทรงอาพาธ
ไม่ได้ปฏิบัติศาสนกิจ และทุกคนก็ทราบว่า
ทรงอาพาธประทับอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ตลอด
ในเวลาต่อมา รัฐบาลได้มีการตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่
สมเด็จพระสังฆราชหมายความว่า งานในหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
มีผู้ทำหน้าที่แทนและตลอด 13 ปี ของการทำหน้าที่ฯ
 งานทุกอย่างมีคณะทำแทนทั้งหมด
แต่คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ไม่เคยเบิกเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะแค่ค่าหมึก ค่าปริ้นเตอร์
ค่ากระดาษตราธรรมจักร ค่าน้ำมันรถ
ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ เป็นต้น
เรียกว่า เรื่องค่าใช้จ่ายของคณะผู้ปฏิบัติฯนี้
ไม่ว่ามากหรือน้อย เล็กหรือใหญ่ อะไรต่อมิอะไร
ท่านหาใช้ของท่านเอง ทำเองทั้งนั้น

ก็จะสรุปตรงนี้ ได้ว่า...
ก็ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แสดงว่าไม่มีการเบิกเงินส่วนนี้
ไปใช้เลย รวมระยะเวลา 13 ปี (ฟังนิ่ม ๆก่อนนะครับ)
ต่อเรื่องกันเองนะครับว่า..
หลังจากนี้อะไรมันจะตามมา และไปลงที่ใคร?

----------------------------------------

ผมจึงขอถามหลวงปู่พุทธอิสระ พญาราชสีห์อีกไปว่า ...
"ในกรณีนี้ แสดงว่าเงินหลวงจำนวนเกือบ 300 ล้านนี้
ยังอยู่ครบ ใช่หรือไม่?"

-----------------------------------------

ถ้าหลวงปู่พุทธอิสระ พญาราชสีห์ ตอบว่า
 "ใช่ ยังอยู่ครบ"

คำถาม คือ ..
"แล้วขณะนี้ เงินหลวงจำนวนนี้อยู่ที่ไหน อยู่ในบัญชีของใคร"

อย่าตอบส่งเดชนะครับ คิดดูให้ดีก่อน
อย่าให้รัดคอพวกกันเองอีกหละ
เพราะใครเกี่ยวข้อง อาจจะต้องเตรียมบัญชีไว้แสดง
แก่ สตง. ในอนาคตใกล้ๆนี้ ก็ได้

หากแก๊งค์งาบเงินหลวงเหล่านี้หวังดีต่อส่วนรวม
ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ อย่างที่อ้างจริง
ก็ทำไมเมื่อ เมื่อข้ามปีงบประมาณแต่ละปีแล้ว
หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินจำนวนนี้
ทำไมไม่ส่งเงินนี้คืนหลวงไป
เพื่อให้หลวงนำไปใช้ในส่วนที่จำเป็น
ต่อไปละครับ

---------------------------------------------

ประเด็นนี้ สตง. ก็ต้องแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ในฐานะต้นเรื่อง ทำหนังสือเรียกเงินจำนวนนี้คืนคลังนะครับ
ไม่งั้นท่านก็อาจงานเข้าก็ได้

----------------------------------------------

ซึ่งก็ผมทราบมาว่า ขณะนี้ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน
กำลังจะทำการตรวจสอบตามคำร้อง
ของพุทธอิสระอย่างจริงจัง

เพราะเงินแผ่นดินตรวจนั้น ว่าไปแล้วก็ตรวจสอบไม่ยากสักนิด
เพราะ แค่เช็คต้นทางออก
จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ..
ได้สั่งจ่ายในนามของใคร
ใครเป็นผู้เซ็นรับ
ก็สามารถตรวจพบปลายทางของเงินได้แล้ว

-----------------------------------------------

ผมขอบอกหลวงปู่พุทธอิสระ พญาราชสีห์ ว่า ..
"แว่วๆ มาว่า ขณะนี้ สตง.
 ระบุชัดว่า ..เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเงินหลวง
จึงจำเป็นต้องตรวจสอบ"

นั่นคือ ..
แสดงว่า "อีกทางหนึ่ง เขาก็ตรวจสอบเข้มข้นเหมือนกัน"

---------------------------------------------

ถามว่า ..แบบนี้ ไม่เกรงเสื่อมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช
หรอกหรือก็ต้องตอบว่า...
ไม่เป็นการเสื่อมพระเกียรติ แต่กลับจะทำเพิ่ม
พระเกียรติของพระองค์กลับมาก็ได้
 ทั้งหากไปพบความไม่ชอบมาพากล
ก็อาจมีการเรียกเงินส่วนนี้คืนหลวง
ได้เพื่อนำไปใช้ในส่วนอื่นต่อไปด้วย
ที่สำคัญอาจได้ลากคอ "พวกลวงโลก" เหล่านี้
ได้เข้าตะรางทั้งแก๊งค์ก็เป็นได้งานนี้มีลุ้นครับ
จริงเท็จอย่างไร หรือจะไม่เชื่อคำพูดของผมก็ได้
แต่ก็ขอให้พุทธอิสระ ไปถามผู้ว่า สตง. ดูเองก็ได้
รายละเอียดมีอยู่ที่นั้นครับ

----------------------------------------------

แต่ให้รู้ตัวนะครับว่า..
" บัดนี้ พญาราชสีห์ได้จุดไฟเผาวัดบวรเข้าแล้วเรียบร้อย "
หากรู้อย่างนี้ ผมว่าทั้งเจ้าคุณแขก เจ้าคุณชั้นราช
เจ้าคุณเทพ คงแทบอกแตกตาย
และคงด่าตัวเองในใจว่า"กูไม่น่าคบกับมึงเล้ย"

-----------------------------------------------

สุดท้าย

ถ้าพญาราชสีห์ ตอบเจ้าคุณเบอร์ลินว่า
"เงินนี้ ได้มีการเบิกจ่ายไปแล้ว"

เจ้าคุณเบอร์ลิน ก็ต้องย้อนถาม พุทธอิสระ ว่า ..

"งบนี้ใครเป็นผู้มีอำนาจในการเบิกจ่าย
หรือใครคนนั้นใช้อำนาจอะไรจึง
เบิกจ่ายเงินส่วนนี้ได้"

---------------------------------------------

และหลวงปู่พุทธอิสระ พญาราชสีห์
อย่าโง่รับประทานมาตอบเจ้าคุณ
เบอร์ลินเชียวนะว่า..

" เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราชเบิกจ่ายไปแล้ว "
 เพราะจะทำให้เจ้าคุณเบอร์ลินโต้ดีเบตกลับไปว่า ..
"แล้วเลขานุการฯ เขามีอำนาจอะไร
 มาเบิกจ่ายงบสมเด็จพระสังฆราชไปใช้ "

ซึ่งก็ต้องไปดูระเบียบสำนักงบประมาณว่า ..

"อันตัว เลขานุการฯ นั้น มันสามารถไปทำการ
เบิกเงินงบประมาณ ไปใช้แทนสมเด็จพระสังฆราชได้หรือไม่"

------------------------------------------------

ง่าย ๆ ว่า งานนี้....
ถ้ามีผู้ไปยื่นต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดินให้วินิจฉัยบ้าง
จะทำอย่างไร หาทางลงไว้กันหรือยัง
สมมติถ้าเกิด ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ไปอ้างพจนานุกรมราชบัณฑิต วินิจฉัยว่า ..
"เลขานุการฯ ไม่มีอำนาจเบิกเงินส่วนนี้ไปใช้ได้"
ลงแบบนี้แล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้น
ไปคิดแก้ปัญหาเองนะครับงานนี้

-----------------------------------------------

ผมจะเตือนไว้ ข่าวแว่วๆ ว่า ....
"ทางฝั่ง สตง. กำลังแจ้งว่า มีแนวโน้มจะยืนยันว่า..
"เลขานุการฯ ไม่มีอำนาจเบิกเงิน
แทนพระสังฆราชเสียด้วย"

----------------------------------------------

ผมดูแล้ว เหมือนว่างานนี้ หลวงปู่พุทธอิสระ
พญาราชสีห์ จะผลักอาจารย์ของหลวงพ่อ
หลวงปู่ที่ตนเองกะจะปั้นเป็นใหญ่นี่
ให้ตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง แล้วนะครับ
ก็ด้วยผลงานโง่ครั้งนี้นี้แหละ ไม่ต้องไปโทษใครหรอก

----------------------------------------------

อย่าประมาทไปนะครับ
เผลอ ๆ องค์ "ว่าที่สมเด็จพระสังฆราช"
ที่พญาราชสีห์อยากได้
จนกระเสือกกระสนขนาดท้านรกได้ทุกวันนี้
ก็อาจถูกฝังไปในหลุมพร้อมๆ กับเงินเกือบ 300 ล้านนี้ก็เป็นได้
จำคำพูดผมไว้ดีๆ ผมเคยบอกแล้วไงว่า..
"มาไงก็ไปงั้น คดีมาก็คดีไป เวรกรรมมีจริงครับ"

----------------------------------------------

ทางที่ดี ตอนนี้เจ้าคุณเบอร์ลิน ขอแนะนำไว้สักหน่อย
เดียวจะหาว่าแล้งน้ำใจว่า..
"ขอให้เตรียมเอกสาร การเบิกจ่ายไว้ให้พร้อมกันดี ๆ นะครับ"

------------------------------------------------

เอกสารที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม ประกอบด้วย..

1. สมุดบัญชีธนาคารเล่มที่ใช้ รับ-โอน
   เงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราช
2. สำเนาเอกสารสำคัญการเบิกจ่าย
   พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
3. บิลค่าใช้จ่าย เช่น บิลค่าหมึก
   ค่าปริ้นเตอร์ ค่ากระดาษตราธรรมจักร
   ค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ
   และค่าอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ เป็นต้น
4. เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

------------------------------------------------

สุดท้ายขอจบโพสต์นี้ว่า..
ตัวเจ้าคุณเบอร์ลินนั้น ไม่ค่อยถนัดเรื่องดีเบต
ออกทีวีกะเขา ไม่เคยคิด
โชว์ตัวตนที่แท้จริงเสียด้วย ชอบจะเป็น
"คนนิรนาม" เสียมากกว่า
งานนี้ จึงขอเป็นแค่มวยคู่ก่อนเวลา
 เพื่อเรียกน้ำย่อย เท่านั้น
แต่ของจริงต้องรอดู อ. เมธาพันธุ์ นั่นกันเอาเอง
ข่าวว่า"ได้ของดีมาโชว์เพรียบ"

ขอโปรดอย่ากระพริบตา ข่าวแจ้งว่า ......
เขาได้ข้อมูลมาเพียบ ไม่รู้หลั่งไหลมาจากทิศไหนบ้าง
มีแม้กระทั่งว่า เช็คเกือบ 300 ล้านนั้น.....
"สั่งจ่ายมากี่ใบแล้ว จ่ายเมื่อไหร่ ใครเป็นผู้รับ"
ผมว่า คงได้เป็นลมกันก่อนตายแน่ๆ คราวนี้
อามิตตาพุทธ

โชคดีมีชัยทุกท่านครับผม
เจ้าคุณเบอร์ลิน
03.04.2016

--------------------------------


กรณีธรรมกาย : คำสอนคุณครูไม่ใหญ่(หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : White Knight
กรณีธรรมกาย #จูราสสิคสยาม
กรณีธรรมกาย : ความลับระดับ Top secret !
กรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริง ทุกกรณีวัดพระธรรมกาย DHAMMAKAYA FACTSHEETS
กรณีธรรมกาย : #โรงละครสยาม
กรณีธรรมกาย : เบื้องหลังการให้ร้ายวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : ความจริงวันนี้ วัดพระธรรมกาย 
กรณีธรรมกาย : แถลงการณ์คดีพิเศษ ! 
กรณีธรรมกาย : กรณีเกี่ยวข้องวัดพระธรรรมกาย
กรณีธรรมกาย : Buddhism under crisis
กรณีธรรมกาย : รักพระพุทธศาสนา
กรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริงทุกกรณี! 





เจ้าคุณเบอร์ลิน ประเด็นร้อน! แฉเงินอุดหนุนสังฆราช งาบ..เงิบยกแก๊งค์ เจ้าคุณเบอร์ลิน ประเด็นร้อน! แฉเงินอุดหนุนสังฆราช งาบ..เงิบยกแก๊งค์ Reviewed by สารธรรม on 06:03 Rating: 5

17 ความคิดเห็น:

  1. เขียนได้น่าอ่าน เว้นวรรคตอน เข้าใจง่าย ต้องอ่านเรื่องนี้กันทั้งโลกครับ

    ตอบลบ
  2. สาธุค่ะ. จะรออ่านตอนต่อไปอย่างไม่กระพริบตา
    เชียวค่ะ

    ตอบลบ
  3. กราบนมัสการท่านเจ้าคุณเบอร์ลินจะรออ่านตอนต่อไปเจ้าค่ะ

    ตอบลบ
  4. กราบขอบพระคุณเจ้าคุณเบอร์ลิน เมืองไทยเมืองพุทธไม่สิ้นคนดีและพระดี ช่วยเปิดเผยความจริงให้โลกได้รับรู้ สาธุๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  5. กราบขอบพระคุณเจ้าคุณเบอร์ลิน น่าติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ สาธุๆๆเจ้าค่ะ

    ตอบลบ
  6. ช่วยกันกระตุ้นท่านพุทธอิสระกันนะครับ อย่าหยุดในสองประเด็น 1.เรื่องพระลิขิต จริงหรือปลอม 2. เงินอุดหนุน
    เอาให้ถึงที่สุดเลย ช่วยเชียร์ท่าน อย่าหยุด ๆๆๆ งานนี้จะได้เห็นความจริงปรากฏกันสักที

    ตอบลบ
  7. ช่วยกันกระตุ้นท่านพุทธอิสระกันนะครับ อย่าหยุดในสองประเด็น 1.เรื่องพระลิขิต จริงหรือปลอม 2. เงินอุดหนุน
    เอาให้ถึงที่สุดเลย ช่วยเชียร์ท่าน อย่าหยุด ๆๆๆ งานนี้จะได้เห็นความจริงปรากฏกันสักที

    ตอบลบ
  8. ตอนนี้หลวงปู่พุทธอิสระคงอยากจะแทรกดินหนีแล้วแน่ๆ เลยครับ
    แต่จะว่าไป ไม่ต้องแทรกก็ได้ครับแผ่นดินมันแยกรอท่านอยู่แล้ว
    ฮ่ะๆๆๆ#หัวเราะหนักมาก

    ตอบลบ
  9. แชร์ให้โลกรู้

    ตอบลบ
  10. ถ้าเป็นเรื่องจริง แล้วนังจะมาเรียกกันว่า หลวงปู่/พุทธะอิสระอยู่ทำไม
    แล้วพวกห่มเหลืองชั้นราช/ชั้นเทพเหล่านั้น หน้าตาเป็นงัยบ้าง ... หนีกันหรือยัง

    ตอบลบ
  11. ถ้าเป็นเรื่องจริง แล้วนังจะมาเรียกกันว่า หลวงปู่/พุทธะอิสระอยู่ทำไม
    แล้วพวกห่มเหลืองชั้นราช/ชั้นเทพเหล่านั้น หน้าตาเป็นงัยบ้าง ... หนีกันหรือยัง

    ตอบลบ
  12. ผมบอกแล้ว ไอ้นี่มันเป็น เทวทัต 2016 ผลกรรมมันติดจรวดในสมัยนี้ รอรับได้เลย

    ตอบลบ
  13. เดี๋ยวก็รู้คนจริงไม่กลัว คนกลัวไม่จริงประมาณชักแม่นำ้ทั้ง5 แค่สะสมรถ ผิดทุกขั้นตอน มันก็สะกิดใจชาวพุทธทั่วประเทศอยู่แล้ว จะสนับสนุนให้ดูชอบธรรมมันสายไปแล้วครับ

    ตอบลบ
  14. ถ้าไม่ถึงทางตันก็เกรงใจกัน ต่างไมแฉกันไปมาหรอก เพราะว่าเกิดการไม่เกรงใจกันจึงมาแฉ ถ้าถามหน่อยว่าควรเอาเรื่องมานานรึยัง จนรอให้ถึง 300ล้านเนี่ย กลัวเขาจะเปิดเผยเรื่องอะไรรึเปล่า แฉไปแฉมากํอยู่ในนรกทั้งหมดแหละไม่ได้ไปไหนกันเลย

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.