ปล้นผ้าเหลือง.! ความเหมือนต่างยุคของพระพิมลธรรม และพระธัมมชโย


พระพิมลธรรม

เคยเป็น "ผู้ต้องหา" 

สะเทือนวงการสงฆ์

 

เมื่อพระราชาคณะผู้   
ถูกกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี 
ต้องขึ้นศาลทหาร 
ถูกถอดผ้าเหลือง
ถูกตัดสินจำคุกทันที  5 ปี
พิสูจน์ความบริสุทธิ์ถึง 21 ปี
จึงได้คืนสู่สมณศักดิ์
พ้นมลทินทั้งหมดนี่คือ


การปล้น..! ผ้าเหลือง

ครั้งประวัติศาสตร์

พระพิมลธรรมอาจ อาสโภ
เปรียญธรรม 8 ประโยค
พระคณาจารย์ผู้เอกอุในการ 

เทศนา เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาส
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
ดำรงตำแหน่งสังฆมนตรีว่าการ
องค์การปกครองสงฆ์
เป็นสมเด็จพระราชาคณะ
และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ

พระสังฆราช

  1. เป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรก  

ที่ผลักดันให้ส่งพระภิกษุ
นักเรียนพุทธศาสนบัณฑิต
ไปศึกษาต่อปริญาโท และ
ปริญญาเอกในต่างประเทศ


   2. พระสงฆ์ไทยรูปแรก    

ที่ได้รับฐานันดรศักดิ์อัคร
มหาบัณฑิตโดยรัฐบาลพม่า
ได้ถวายเกียรติคุณเนื่องใน
โอกาสประชุมทำสังฉัฏฐคายนา
พระไตรปิฎก (สังคายนาครั้งที่ 6)


กาสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 6


  3. เป็นพระสงฆ์รูปแรก    

ที่นำการปฏิบัติวิปัสสนากรรม
ฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 

(หรือแบบยุบหนอ พองหนอ)
จากพม่ามาเผยแผ่ในประเทศไทย
ตั้งสำนักสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน 
ขึ้นในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ


  4. เป็นพระสงฆ์ไทยรูปแรก    

ที่นำคณะเดินทางไปประกาศ
พระพุทธศาสนาในประเทศ
อเมริกา และยุโรป

ตามคำเชิญของ ดร.แฟรงค์ 
บุชแมน (Frank N.D.Buchman)
ผู้ก่อตั้ง และประธานขบวนการ
ส่งเสริมศีลธรรม 


   5. ท่านยังเป็นพระสงฆ์รูปแรก    

ที่ได้เข้าพบสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ประมุขศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก ณ กรุงวาติกันเพื่อเชื่อม

สัมพันธไมตรี และแลกเปลี่ยนศาสนฑูตระหว่างศาสนา

 
สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ค.ศ.1939-1958
(Pope Pius XII)


นื่องจากงานบุกเบิกใหม่ๆ 
ที่พระพิมลธรรมได้มุ่งมั่น 
ทำขึ้นเหล่านี้ยังผลให้ชื่อเสียง
เกียรติคุณของท่านขจรขจาย
ไปไกลยังนานาประเทศจน
เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่
ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ
และอิจฉาริษยา


แล้วทำไม..พระนักพัฒนา

พระนักการฑูต

ถึงถูกจองจำในคุกกว่า 5 ปี 

ต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์กว่า 21 ปี

จึงได้รับความเป็นธรรม


" จะขอเอาชีวิตบูชาพระรัตนตรัย หากจะมีใครมามุ่งร้ายมาดึงเอาจีวรของท่านไป ท่านก็จะถือว่าผู้นั้นใช้กิริยาเยี่ยงโจร แล้วก็จะใช้สิทธิใช้เครื่องนุ่งห่มอย่างอื่นนุ่งห่มไปก่อน จนกว่าจะแสวงหาผ้ากาสาวพัสตร์ได้พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ "

    16 กันยายน 2500   

จอมพลสฤษดิ์ รัฐประหารยึด
อำนาจจากจอมพล ป.พิบูลสงคราม
ประเทศไทยเข้าสู่ยุคทมิฬครองเมือง

จอมพล ป.พิบูลสงคราม 
ถวายภัตตาหารพระพิมลธรรม

 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์


    3 กันยายน 2503     

พระพิมลธรรม ถูกกล่าวหา
ว่าละเมิดพระธรรมวินัย
เสพเมถุนทางเวจมรรค
กับลูกศิษย์วัดทำอัชฌาจาร!

โดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ 
จวน อุฏฐายี สังฆนายก 
ทำหนังสือกราบทูลฯ สมเด็จ
พระสังฆราช ความว่า..

"พระพิมลธรรม วัดมหาธาตุฯ 
ได้เสพเมถุนทางเวจมรรค
คือรักร่วมเพศกับลูกศิษย์
ภายในวัดและทำอัชฌาจาร 
(ผิดประเวณี ) 

ตำรวจสันติบาลได้นำพยาน 
5 คนมาให้คำยืนยัน รับรอง
คำให้การในคดีดังกล่าว 
ต่อหน้ากรรมการสงฆ์ทีละคน

พร้อมกับได้จดบันทึก และ
ลงนามเป็นหลักฐานไว้พร้อม
กันแล้วคณะกรรมการสงฆ์
จึงลงนามเห็นว่า

พระพิมลธรรมต้องศีลวิบัติ 
ขาดจากความเป็นภิกษุจึง
ไม่
สมควรทรงเพศบรรพชิตและ
ไม่สมควรดำรงสมณศักดิ์
ต่อไป "

พร้อมกับขอประทานเสนอ 
ให้สมเด็จพระสังฆราชฯ
ทรงจัดการในชั้นปกครอง

ต่อไป 


      8 กันยายน 2503      

หลังจากนั้นเพียง 5  วัน
สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงมี

พระบัญชาสั่งให้สึก และหลบ
หายตัวไปภายใน 15 วัน !

เพราะคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์
เห็นว่าท่านถึงศีลวิบัติขาดจาก
ความเป็นภิกษุแล้ว ไม่สมควร
ดำรงสมณศักดิ์ต่อไป


พระพิมลธรรมเห็นว่า

ตัวท่านถูกกลั่นแกล้ง

ใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม 

ท่านจึงไม่ยอมสึก.!


ท่านและลูกศิษย์ขอโอกาส
ชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา
ดังกล่าวหลายครั้งแต่กลับ
ไม่เคยได้รับโอกาส หรือมี
การสอบสวนรับฟังข้อเท็จ
จริงแต่อย่างใด!


     25 ตุลาคม 2503     

ถอดพระพิมลธรรม ออกจาก
ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ


   11 พฤศจิกายน 2503    

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 
นายกรัฐมนตรี

ได้ออกประกาศสำนักนายก
รัฐมนตรี "ถอดพระพิมลธรรม 
ออกจากสมณศักดิ์ " ฐานฝ่าฝืน
ไม่ทำตามพระบัญชาสมเด็จ
พระสังฆราช ที่สั่งให้สึก! 


แม้พระพิมลธรรม

พยายามขอความ

เป็นธรรมแต่ก็ไร้ผล.!

เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่
และฝ่ายปกครองบ้านเมือง


พระพิมลธรรมอาจได้มอบ
อำนาจให้ศิษย์ดำเนินการ
ฟ้องพยาน..!

ที่ให้การแก่ตำรวจเหล่านั้นเป็น
คดีอาญาฐานใส่ร้ายแจ้งความเท็จ 
และหมิ่นประมาทโดยเฉพาะ.. 

นายวีรยุทธ์ วัฒนานุสรณ์
ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่ให้
การแก่ตำรวจนั้นได้สารภาพ
ต่อศาลว่า..

"ข้าพเจ้านายวีรยุทธ์ วัฒนานุสรณ์
ได้กราบเรียนต่อศาล รับสารภาพว่า

ข้าพเจ้าได้กระทำผิดตาม
ข้อกล่าวหาจริง และเพื่อรับ
บาปกรรมที่กระทำผิดไปแล้ว
ตามวิธีการทางศาสนา 

ข้าพเจ้าได้กราบขอขมาโทษ
และขออโหสิกรรมพระเดช
พระคุณท่านต่อหน้าศาลแล้ว
จึงขอโฆษณา ณ ที่นี้ว่า.."

พระเดชพระคุณ
พระอาจ อาสโภ

มิเคยได้ประพฤติล่วงละเมิด
สิกขาบทเป็นศีลวิบัติดังที่
ข้าพเจ้าต้องกล่าวใส่ร้าย
พระเดชพระคุณท่านแต่
ประการใด.."

นายวีรยุทธ์  วัฒนานุสรณ์
พยานปากสำคัญที่ให้การ
แก่ตำรวจ

เป็นเวลา 1 ปีหลังจากสู้คดี

จำเลยยอมรับสารภาพ

พระพิมลธรรมพ้นผิด.!

เป็นผู้บริสุทธิ์

เหตุการณ์ยังไม่จบเพียงเท่านี้

ยุคทมิฬได้หวนกลับมาอีกครั้ง.!


    20 เมษายน 2505     

พระพิมลธรรมถูกจับ.!

ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีใน
ขณะนั้น ก่อนจะถูกคุมขังไว้
ที่สันติบาลกรมตำรวจ 

เจ้าหน้าที่ได้ทำการสึก
พระพิมลธรรมทันทีโดย
อ้างว่าเพื่อความสะดวก
แก่การสอบสวนคดีและ
ความปลอดภัยของชาติ

นายตำรวจ และสารวัตรทหาร
หลายคนบุกไปล้อมจับกุมท่าน
ถึงกุฏิ ตั้งข้อหาว่ามีการกระทำ
อันเป็นคอมมิวนิสต์

และกระทำผิดต่อความมั่งคง
ของรัฐภายในรัฐภายในราช
อาณาจักรเป็นความผิดอาญา
มีโทษถึงประหารชีวิต !

พระพิมลธรรมได้ร้องขอ

ความเป็นธรรมต่อสู้คดี

ในเพศบรรพชิต


ท่านได้ขอความเป็นธรรม 
ขอต่อสู้คดีในเพศบรรพชิต
จนกว่าจะชนะคดีโดยท่าน
ทำหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้มี
อำนาจแต่มีหนังสือตอบ
กลับมาว่า


ให้ทำการสึกท่าน

โดยไม่มีการลดหย่อน

ผ่อนผันแต่อย่างใด!





นี้คือหนังสือปฏิญาณตน

ขอความเป็นธรรมครั้ง

สุดท้าย.!

"..กระผมก็จะขอความกรุณา
อีกคือ ไม่ยอมสึกตามข้อบังคับ
อันมิชอบด้วยพระธรรมวินัย
และกฎหมายนั้น.."

"จะยอมเอาชีวิตบูชาพระรัตนตรัย
ไปจนถึงที่สุด และกระผมจะยัง
ปฏิญาณเป็นพระภิกษุในพระ
พุทธศาสนาอยู่ตลอดไป

ถึงแม้จะมีผู้ใจโหดร้ายทารุณ
แย่งชิงผ้ากาสาวพัสตร์ของ
พระผมไป กระผมก็จะนุ่งห่มผ้า
กาสาวพัสตร์ชุดอื่นแทนซึ่ง
กระผมมีสิทธิตามพระธรรมวินัย 
และกฎหมาย 

จึงขอให้ท่านเจ้าคุณผู้รู้เห็น
อยู่ ณ ที่นี่โปรดทราบ และเป็น
สักขีพยาน ให้แก่กระผมตาม
คำปฏิญาณนี้ด้วย "

พระพิมลธรรม นั่งขัดสมาธิอยู่
บนเก้าอี้หลับตานับลูกประคำ 
เจริญพุทธคุณ 108 จบ
ปล่อยให้เจ้าคณะจังหวัดและ
พระธรรมมหาวีรานุวัตรเข้ามา
เปลื้องผ้าเหลืองออก แล้วใช้
ผ้าขาวม้าสีขาวดำห่มให้ท่าน

ตลอดเวลาที่ท่านถูกคุมขัง
ท่านได้รักษาการปฏิบัติเคร่ง
ครัดตามพระธรรมวินัย
ภายในห้องขัง ท่านจะใช้
เวลาเขียนหนังสือศึกษา
พระธรรม และเจริญภาวนา

คดีของพระพิมลธรรมยังคง
ยืดเยื้อกรมตำรวจพยายาม
หาหลักฐานมาสรุปสำนวน
จนสามารถยื่นฟ้องต่ออัยการ
ทหารกรุงเทพฯได้ในปี 2507 

ศาลทหารกรุงเทพฯ ได้นัดสืบ
พยานโจทย์ จำเลยหลายครั้ง
เป็นระยะเวลายาวนานถึง 3 ปี 
ตั้งแต่ปี 2507-2509

"พระต้องขึ้นศาลทหาร"

ในระหว่างนั้นพระภิกษุสามเณร 
และสาธุชนจำนวนมากที่เชื่อมั่นว่า
พระพิมลธรรมเป็นผู้บริสุทธิ์ได้
พากันยื่นจดหมายเพื่อ

ร้องขอความเป็นธรรมให้กับ
ท่านเรียกร้องให้พิจารณาคดี
พิสูจน์ความจริงรัฐบาลทหาร
ในขณะนั้นจึง

เริ่มทนแรงกดดันจากพระสงฆ์
และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
ไม่ไหว!


    30 สิงหาคม 2509    


ศาลทหารกรุงเทพ

ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง.! 

พระพิมลธรรมพ้นมลทิน




"..ตามที่ศาลได้ประมวลวินิจฉัย
ข้อเท็จจริงตามฟ้องและกล่าวหา 
มาหลายข้อหา หลายประเด็น
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างก็ไม่
ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ เลย
พอที่จะให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำ.! 
หรือน่าจะกระทำผิด.."

แต่กลับต้องมา..

ถูกออกจากเจ้าอาวาส
ถูกออกจากสมณศักดิ์
ถูกจับกุม
ถูกบังคับให้สละสมณเพศ
นับว่ารุนแรงที่สุดสำหรับ
พระเถระผู้ใหญ่ที่ปวงชน
เคารพนับถือ

ซึ่งในวันนั้นพุทธศาสนิกชน
กว่าหมื่นคนไปร่วมฟังคำ
พิพากษาครั้งสำคัญนี้

ต่างพากันชื่นชมยินดีสาธุการ
ต่อพระพิมลธรรมในการที่ท่าน
พ้นจากมลทิน



จากข้อกล่าวหาอันฉกาจ
ฉกรรจ์นั้นรวมกับระยะเวลา
ที่ท่านถูกคุมขังโดยไม่มี
ความผิดในสันติบาลเป็น
เวลานานถึง 5 ปี.!

ทันทีที่มีคำพิพากษาของ
ศาลทหารท่านก็ได้ผลัด
เปลี่ยนนุ่งห่มผ้าไตรจีวร
สีกรักที่ได้เตรียมมาแล้ว
ทันที!

ณ ศาลทหารกรุงเทพฯ 
นั่นเองจากนั้นท่านก็ได้กลับ
มาจำวัดณ วัดมหาธาตุฯ
ตามเดิม



       21 ปี ..คืนสู่สมณศักดิ์     



  31 พฤษภาคม 2518  

ได้มีประกาศสำนักนายก
รัฐมนตรีทรงมีพระราชโองการ
โปรดเกล้าให้คืนสมณศักดิ์
ให้ท่าน 

ต่อมาก็ได้มีการประกาศ
แต่งตั้งให้พระพิมลธรรมกลับ
คืนสู่ตำแหน่งกรรมการสภา
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น
นายกสภามหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย


 
   วันที่ 5 ตุลาคม 2524     

ได้กลับคืนสู่ตำแหน่ง
เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ 

นับตั้งแต่ที่ต้องต่อสู้กับอำนาจ
อยุติธรรมจากพระฝ่ายศักดินา
จนถึงวันที่ได้รับสมณศักดิ์และ
ตำแหน่งกลับคืนดังเดิมเป็น
เวลาทั้งสิ้น 21 ปี




   18 พฤษภาคม 2518    

รัฐบาล มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ได้ดำเนินการ 

"ขอพระราชทานยศ"

คืนถวายแก่อดีตพระพิมลธรรม 
พร้อมกับทำพิธีขอขมาต่อท่าน
แทนรัฐบาลไทยในอดีตที่ได้
ก่อกรรทำเข็ญไว้กับท่าน


    28 สิงหาคม 2531     

พระพิมลธรรมได้รับแต่งตั้ง
ให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ
พระสังฆราช

     8 ธันวาคม  2532    

ท่านถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ
ด้วยภาวะหัวใจวาย

คุณไม่รู้หรือ.? 

จับพระสึกเท่ากับประหารชีวิต



เมื่อการเมือง

รุกคืบการศาสนา.?

สถานการณ์คล้ายคลึงกัน
เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ในห้วงเวลากว่า 50 ปีด้วย
วิธีการอันอำมหิตซ้ำเดิม



จนหมุนวนมาถึง "พระธัมมชโย"
ผู้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการ
"อยุติธรรม" ที่ถูกชี้นำโดย
"อำนาจมืดนอกระบบ"
อีกครั้งด้วยวิธีการ

สร้างกระแสมอบตัวสู้คดี
เพื่อกลบปัญหาตั้งข้อหา
โดยไร้หลักฐาน

พระที่รับบริจาคอย่างถูกต้อง
ตามพระธรรมวินัยแต่โดนยัด
ข้อหาฟอกเงิน

นี่คือกระสุนต้นบัญญัติจาก
ปลายปืนที่มีเป้าประสงค์เพื่อ
ทำลายพระสงฆ์ และวัดทั่วโลก
ที่มีการรับบริจาคเช่นเดียวกัน

เพราะพระไม่รู้ว่าใครคือโจร.? 


จับสึก ขังคุก ผิดถูกคุยกัน
ทีหลังดังคดีตัวอย่างของ
พระพิมลธรรม

จึงอาจกลายเป็นความเหมือน
ต่างยุคที่คอยตอกย้ำคำว่า..

"ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"


1. หมองหยอง ติดในคุก 18 วันเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด
2. ธวัชชัย อนุกูล เสียชีวิตเพราะตับแตก จากการใช้ถุงเถ้าผูกคอกับบานพับ อยู่ในห้องขังดีเอสไอเพียงแค่ 1 วัน ก่อนที่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา
3. พระพิมลธรรม ถูกจับสึกก่อนติดคุกฟรี 5 ปี ในที่สุดศาลตัดสินยกฟ้อง





เรียบเรียงโดย คนธรรมรำพัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
Fb อาณาจักรไบกอน รีเทิร์น
Fb Ptreetep Chinungkuro
www.cmukk.com
TV24 , Facebook/Twitter
http://factsheetmonk.blogspot.sg/2016/03/1.html
http://factsheetmonk.blogspot.sg/2016/03/2.html



เพราะความลับไม่มีในอากาศ
>Talk--secret.blogspot.com
ปล้นผ้าเหลือง.! ความเหมือนต่างยุคของพระพิมลธรรม และพระธัมมชโย ปล้นผ้าเหลือง.! ความเหมือนต่างยุคของพระพิมลธรรม และพระธัมมชโย Reviewed by สารธรรม on 04:22 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.