จจ.ปทุมธานีเปิดใจ..กรณีธรรมกายพระสงฆ์ทำงานมาตลอด.!


วันที่ 5 ธ.ค. ฉันก็ยกท่านเป็นกิตติมศักดิ์ให้ท่านหมดสภาพหน้าที่ของการเป็นเจ้าอาวาส ...แล้วจะว่าสงฆ์ไม่ทำงานได้อย่างไร

สงฆ์ทำงานมาตลอดแต่ว่าการทำงานของพระสงฆ์นั้นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าจะไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกข่าวซะเมื่อไหร่ .!


นี่คือการเปิดใจครั้งแรกของ

พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี 
คีย์แมนสำคัญเพื่อจัดการปัญหาวัดพระธรรมกายท่ามกลางข้อสงสัยที่ว่า..

คณะสงฆ์ช่วยกันหรือไม่.? 
เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เอนเอียงฝักใฝ่ "พระธัมมชโย" หรืออย่างไร.?


ตอบโจทย์..ชัดทุกคำถาม.!


---ที่ผ่านท่านเจ้าคุณได้ดำเนินการอะไรเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโยไปบ้างครับ.?

อาตมาเริ่มทำงานเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 2559 โดย ท่านเจ้าคุณท่านสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ ท่านบัญชาลงมาผ่านท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี ว่าให้แจ้งเจ้าคณะจังหวัดให้ดำเนินการเรื่องนี้

ในวันนั้นเองเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มาพบอาตมา เอาหนังสือมาส่งเพื่อขอให้อาตมานำตัวของท่านธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการ

อาตมาได้ต่อว่าไปหน่อยหนึ่งว่าไอ้ตอนออกหมายเรียก พวกคุณไม่ได้เคยมาหาอาตมาเลยแม้แต่น้อย ถ้าออกหมายเรียกแต่แรก อาตมาก็จะได้เจรจาคุยกันป่านนี้ก็คงจะเรียบร้อยไปแล้ว มาสู่กระบวนการนี้เนียะมันก็ยากอยู่ ออกหมายจับแล้ว 
 คณะสงฆ์ได้เจรจากันกับท่านๆ ยินดีทุกอย่างที่จะเข้ามอบตัว ทั้งการให้ประกันตัวอะไรต้องทำกันให้เสร็จในวัด มาทำประวัติอะไรกันให้เสร็จในวัดท่านก็ยินดีหมดทุกอย่าง

...เรื่องนี้จะต้องจัดการในวันที่ 14 มิ.ย. นะ ตกลงกันอย่างที่ว่านี้แล้วให้วัดพระธรรมกายทำหนังสือไป แล้วก็จะต้องเสร็จสิ้นกันในวันที่ 14 แต่ปรากฏว่าวันที่ 13 นั้นทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนการฟ้องทั้งหมดไปให้อัยการ 

อาตมากับที่ปรึกษาของอาตมา ก็เอะ.. เราจะเดินกันยังไงมันไปถึงนั่นแล้วเพราะว่าตอนนี้นี่ในทางปฏิบัติผู้ต้องหาต้องไปพบอัยการอย่างเดียว... 

เขาไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ เขาก็พูดอยู่อย่างนี้ไม่ไว้วางใจ กลัวว่าเมื่อนิมนต์เขาไปสู่กระบวนการแล้วเขาจะจับท่านให้ลาสิกขา หรือลาสึก มันก็เป็นประเด็นมาอย่างนี้ตลอด



---ที่พระอาจารย์เล่าให้ฟังตั้งแต่ทีแรกจนถึงวินาทีที่จะประกาศมาตรา 44 ก็เห็นอยู่ว่ากระบวนการทางสงฆ์พยายามที่จะเจรจาทั้งแบบเปิดเผย และแบบไม่เปิดเผย แต่ว่ามันก็ยิ่งสะท้อนหรือเปล่าว่าสงฆ์ปกครองสงฆ์ไม่ได้ พระธัมมชโยใครจะปกครองท่านได้.?

เขาเชื่อ..เขาเชื่อเรานะ เขาเชื่อคณะสงฆ์นะแต่เขาไม่เชื่อใจทางฝ่ายบ้านเมือง เมื่อเขาไปสู่กระบวนการแล้วนี่เขาจะเป็นอย่างไร..เขาไม่ยอมแม้กระทั่งวันที่เข้าไปตรวจครั้งสุดท้ายนี่ถ้าไม่ได้คณะสงฆ์..ไม่ได้



---มีความพยายามช่วยเหลือกันไหมครับพระอาจารย์ครับ.? ในทางสงฆ์.?

ไม่มีทางเลย เพราะฉันปฏิบัติหน้าที่ของฉันมานี่ โดยเฉพาะหน้าที่ของฉันที่ปฏิบัติมานี่สงฆ์ไม่ทำอะไร คุณก็ต้องย้อนกลับไปว่าเมื่อมีคดีเรื่องนี้เกิดขึ้นนี่ วันที่ 5 ธันวาคมฉันก็ยกท่านเป็นกิตติมศักดิ์ แล้วจะว่าสงฆ์ไม่ทำงานได้อย่างไรให้ท่านหมดสภาพหน้าที่ของการเป็นเจ้าอาวาส ...

สงฆ์ทำงานมาตลอด แต่ว่าการทำงานของพระสงฆ์นั้นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าจะไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกข่าวซะเมื่อไหร่.!



---จุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจจะทำให้ท่านเจ้าคุณพาดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบภายในวัดพระธรรมกาย เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (10 มี.ค. 2560) ได้จนนำไปสู่การยุติปฏิบัติการมันคืออะไรครับ.?

จุดเปลี่ยนสำคัญนี่อาตมาคิดว่าคือก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับท่านว่า เพื่อให้เกิดความสงบ และเพื่อความปรองดองสามัคคีกัน หลวงพ่อขอร้อง ใช้คำว่าขอร้อง...

เจรจาครั้งสุดท้ายก็คือตกลงกันว่าลดเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษให้น้อยลงแต่ขอเพิ่มพระให้มากขึ้นโยมก็ดีใจ 
พอเพิ่มพระให้มากขึ้นอาตมาก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ต้องใช้ เจ้าคณะฯ แล้วก็ พระวินยาธิการ ของจังหวัดปทุมธานีคือพวกเราสื่อเรียกกันว่า ตำรวจพระ นี่คือเข้าไปช่วยนะไม่ใช่ตรวจเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่เขา




---ตกลงไม่ได้มีเหตุผลว่า ภายในเขายึดอำนาจเขาปฏิวัติ ถึงตัดสินใจให้เข้าไปตรวจ.?

ไม่มีๆ ไม่มีลึกลับซับซ้อน..ไม่มี


---ทีนี้การตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรูปใหม่นี่ เชื่อว่าคงจะไม่ง่ายๆ เหมือนวัดทั่วไป .?

ในวัดพระธรรมกายนี่ ขอให้พวกเราได้รู้ว่า..

มีพระผู้รู้มากเปรียญธรรม ๙ ประโยคนี่ 60 กว่ารูป แต่ว่าการปฏบัติหน้าที่ของเขานั้น เขาเคารพครูบาอาจารย์
หลวงพ่อธัมมชโย นักธรรมชั้นโท หลวงพ่อทัตตชีโว นักธรรมชั้นตรี แต่ทำไมเขาเคารพได้คือเขาเคารพครูบาอาจารย์ที่นี้เขาเชื่อฟังครูบาอาจารย์ 

วัดพระธรรมกายนี่เขาใช้คำว่าเขาทำงานเป็นทีมงาน เมื่อเขาตกลงว่ารูปหนึ่งรูปใดแล้วนี่เขาก็ทำของเขาอย่างนั้น

ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม..

อาตมานึกว่าไม่มีปัญหาอะไรเหตุผลที่ว่าไม่มีปัญหาเพราะว่าเขาทำงานเป็นรูปแบบในระบบแบบการจัดการ มีการวางแผนมีการจัดตั้งองค์กร


---จริงๆ เขาวางตัวตายตัวแทนได้แล้ว .?

ได้เลยก็คืออย่างถ้าพูดกันตรงนี้ก็คือ เจ้าคุณทัตตะ ที่เขาวางไว้ถ้าหากว่าท่านเจ้าคุณธัมมชโยเป็นอะไรไปก็จะเป็นท่านเจ้าคุณทัตตะเพราะท่านเป็นรองเจ้าอาวาส แล้วก็จาก ผู้ช่วยฯ เขานี่ 20 กว่ารูป นะที่มีความรู้ทั้งนั้นแล้วเป็นพระราชาคณะก็ตั้งหลายรูป



---ยังไงก็เป็นคนใน.?

ยังไงก็ต้องเป็นคนใน คนนอกเป็นไปไม่ได้ (เพราะคนในไม่ยอมรับ.?) เอ้อ ..เขาไม่ยอมรับยิ่งอันตรายใหญ่



---แต่อาจจะมองว่าเพียงแค่เจ้าคณะอำเภอจะสึกท่านธัมมชโยจริงหรือครับ.?

ไอ้การสึกหาลาเพศนี่โยมก็ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าพระถูกให้สึกนี่มันถึงประหารชีวิตเหมือนกับประหารชีวิตเชียวนะ การที่จะให้ท่านสึกหาลาเพศนั้นก็ต้องดูว่าท่านผิดอะไรมากมายไหม
แล้วมันเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของพระศาสนาหรือเปล่า.. เป็นผลกระทบต่อประเทศชาติบ้านเมืองไหม ถ้ามันไม่มีผลกระทบจนเกินไปก็ต้องดูกันให้ชัดเจน

ฉะนั้นนี่เราก็ต้องดูให้ดี การที่จะให้คนเขาสึกได้สักคนนี่แหมมันไม่ธรรมดา 
แล้วบวชมานี่ในชีวิตของความเป็นพระ 30 กว่าพรรษา 40 กว่าพรรษานี่มาถึงให้สละสมณเพศ ให้ท่านลาสึกขานี่มีเหตุผลอย่างไรบ้าง เหมาะสมๆ น้ำสมเนื้อกันไหมนะ 


---มันจบที่เจ้าคณะอำเภอได้ก็จริงแต่วัดพระธรรมกายวัดใหญ่ ท่านธัมมชโยก็มีคนสนับสนุนมาก มันจำเป็นไหมที่เบื้องบน ตามลำดับชั้นปกครอง อย่างน้อยๆ ก็เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน สมเด็จท่านต้องส่งสัญญาณซิกแนลบางอย่างว่าเอาละไม่ต้องกลัวสึกท่านธัมมชโยได้ถ้ามันผิดจริง.?

ถ้ามันผิดจริงมันก็เป็นไปได้ ท่านจะใช้คำว่า ให้ดำเนินการปฏิบัติไปตามกฎ..กฎมหาเถรสมาคม กฎหมายที่เขากำหนดไว้ ท่านจะไม่ใช้คำว่า เอาให้สึก ท่านจะไม่พูดหรอกให้เดินไปตามครรลองของมัน


---แต่ตอนนี้มีสัญญาณบางอย่างๆ ที่ผมถามมาจากเบื้องบนหรือยัง.?

ยัง..ยังไม่มีเป็นแต่เพียงว่าที่อาตมาทราบให้เข้าสู่กระบวนการเรื่องของกฎหมาย อย่าหนีเลยยังไม่ได้พูดถึงว่าต้องสึก..ตอนนี้คือมีหนังสือแจ้งมาให้อาตมาทราบ

อาตมาเป็นแต่เพียงแจ้งให้เขาทราบว่าให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือขบวนการของกฎหมาย...



---มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านธัมมชโยนี่มองข้ามพระสังฆาธิการมองไม่เห็นหัวเลยว่างั้นเถอะไปสนิทสนมกับพระชั้นผู้ใหญ่อย่างเดียวเพราะฉะนั้นใครจะกล้าปกครองท่าน .?

เรื่องนี้ไม่มีปัญหานะ ที่จริงที่ท่านปฏิบัติมานี่ท่านไม่มีปัญหากับอาตมานะท่านยังเชื่อรับฟังอยู่.! 
แต่กระบวนการครั้งนี้นี่มันเป็นกระบวนการที่แปลกประหลาดคือ มันไม่ไว้วางใจกัน

ขอย้อนกลับไปเมื่อปี 2541 

อาตมาก็อยู่ในเรื่องนั้น เหตุการณ์คล้ายกันทำไมท่านไปมอบตัวละเมื่อคณะสงฆ์ให้มอบตัวทำไมท่านไปมอบตัวละครั้งนั้นยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

ทำไมท่านไปมอบตัวละ 

ตอนนั้นเป็นท่านเจ้าคณะใหญ่วัดชนะสงคราม ท่านให้ไปมอบตัวท่านก็ไป คือไม่ได้หมายความว่าเจ้าคณะจังหวัดไม่รู้ ..รู้ทราบหมดละท่านก็ไปมอบตัวซะ ท่านก็ไปไม่เห็นมันผิดอะไรตรงไหนไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำตาม..ท่านก็ทำได้

แต่ครั้งนี้นี่ให้คุณรู้ไว้ด้วยว่า 
มันเกิดความไม่ไว้วางใจกัน ย้ำตรงนี้เลยว่า ..ความไม่ไว้วางใจเป็นประการสำคัญเลยในการปฏิบัติงานครั้งนี้มันถึงได้มีเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น.!


---ท่านเจ้าคุณ รู้สึกอึดอัดอีหลักอีเหรื่อที่จะต้องปกครองพระธัมมชโยบ้างไหม.?

อาตมาไม่มีความหนักใจนะไม่เคยหนักใจเลย เพราะว่าเราปฏิบัติไปตามหน้าที่ของเราเขาให้อาตมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดเราก็ทำหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดไป แล้วเขาให้เราทำหน้าที่อะไรเราก็ทำหน้าที่นั้นให้มันสมบูรณ์ก็แล้วกัน

แต่ถามว่า.. อึดอัดไหมตอนนี้ ก็อึดอัดในการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะที่เขาออกมาตรา 44 มานี่ เหตุผลก็คือที่ว่าก็อยากจะพูดบอกไว้ตรงนี้เลยว่า

ทำไมถึงพูดบอกว่าไม่สบายใจ..
ใช้คำว่าไม่สบายใจดีกว่า อาตมาถามคุณวิษณุว่าการออกกฎหมายนี้มานี่ ถามพระบ้างหรือเปล่า..อาตมายังยืนยันว่าถามท่านจริงๆ ท่านก็บอกว่าไม่ได้ถาม

เพราะว่าบางข้อนี่มันเหมือนอย่างกับว่าเราต้องทำตามเขาให้พระสังฆาธิการเจ้าคณะผู้ปกครองพระภิกษุให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่หากขัดขวาง ขัดขืน มีความผิด.! 



---สุดท้ายแล้วพระอาจารย์มองอนาคตของวัดพระธรรมกายไว้ยังไงบ้างครับ .?

ตอนนี้นี่อาตมาก็ได้รับบัญชาจากผู้ใหญ่ว่า..

หลักจากเหตุการณ์เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เข้าไปช่วยดูแลควบคุมด้วยให้เต็มที่...

คือปกติแล้วไม่ได้หมายความว่าเจ้าคณะจังหวัดไม่ได้ควบคุม..ควบคุมมาตลอดครับเพราะว่าเราๆ เชื่อมือเขาในการปฏิบัติหน้าที่ในการทำงานทุกเรื่อง

ไอ้เรื่องการบริจาค ก็อยากจะพูดว่า..
มันเป็นศรัทธาของชาวบ้านไปห้ามเขาไม่ได้ เขาจะให้ทำบุญยังไงมันเรื่องของเขาอย่างสมมติว่า คุณบอกไปทำบุญกันหน่อย ถ้าคุณไม่มีศรัทธาคุณจะทำไหมก็ไม่ทำมันเรื่องศรัทธา


---แล้วพระอาจารย์คิดว่าไม่มีพระธัมมชโยแล้วนี่ จะคุมก็ง่ายกว่าเดิมไหมครับ.?

ก็เหมือนเดิมแหละ แล้วก็คนเขาก็ยังศรัทธาอยู่เหมือนเดิม อาตมาอยากจะบอกตรงนี้นะว่าอยากให้เขารวมคนสักแสนคนไหมละ.. 
อาตมาจะบอกเขานี่ เขารวมได้เพราะมันเกิดจากศรัทธาของเขา เกิดศรัทธาของชาวบ้าน และอาตมานึกต่อไปว่า ..

วัดพระธรรมกายนี่จะเป็นศูนย์ๆ หนึ่งนอกจากพุทธมณฑล ที่จะเป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนา เพราะปัจจุบันนี้นี่ ถ้าเราจัดระบบระเบียบให้ดี รัฐเข้ามาช่วยดูด้วย คณะสงฆ์เข้ามาช่วยดูแลด้วย

จะเป็นสิ่งที่เจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาอย่างมากเจริญไปข้างหน้าอย่างมาก พร้อมทั้งสถานที่ บุคคลากรพร้อมหมด

คือมันคงจะทำดี

มากเกินไปหรือไงไม่แน่ใจ.?

อาตมานึกว่าอย่างนั้นดีมากเกินไปหรือไงไม่แน่ใจถึงได้มีปัญหาอย่างนี้ คณะสงฆ์ไม่ได้.. คือคณะสงฆ์น่ะยินดีสนับสนุนเขา

แต่ว่ายอมรับว่า..
ที่วัดเขามีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถเยอะ แต่ถ้าหากเราควบคุมแล้วนี่น่าจะเป็นผลดีกับพระพุทธศาสนา แล้วก็อาจจะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญด้วยซ้ำไป  
ไอ้การที่เขาทำแบบนี้ได้นี่คงจะเป็นจุดหนึ่งที่ให้คน เอ้อ ..นี่มันดีเกินไปมั้งเอาซะเลยนะ.!


Click > อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม Full version.!

ตอนที่ 1 เผือกร้อน "ธรรมกาย" วัดใจ "เจ้าคณะปทุมธานี"

ตอนที่ 2 เผือกร้อน "ธรรมกาย" วัดใจ "เจ้าคณะปทุมธานี"

ขอบคุณข้อมูลและภาพ
รายการตอบโจทย์ ช่อง Thai PBS
Fb ภาพดีๆ 072
จจ.ปทุมธานีเปิดใจ..กรณีธรรมกายพระสงฆ์ทำงานมาตลอด.! จจ.ปทุมธานีเปิดใจ..กรณีธรรมกายพระสงฆ์ทำงานมาตลอด.! Reviewed by สารธรรม on 20:51 Rating: 5

1 ความคิดเห็น:

  1. @ในชีวิตที่หลวงพ่อทั้งสองท่าน ได้สละแล้วเพื่อเดินตามแนวพระศาสดา เพื่อนำพาสรรพสัตว์ในภพสามนี้ ให้เป็นผู้รู้ทันกิเลส พาให้พ้นทุกข์. ท่านหรือจะมาคิดเล่นหุ้นแบบที่คนพาลคิดเอาให้เป็นให้ได้ กล่าวหาใส่ร้ายสนุกปาก. ขอบอกนะครับ หลวงพ่อเป็นเนื้อนาบุญที่แท้จริง แล้วพวกคุณจะมีกรรมหนักกันนะครับ ทีใช้วจีกรรมที่มิควร ลำพังคนศรัทธาเป็นหลายล้านคน รวยๆทั้งนั้น หลวงพ่อบอกให้ทำบุญก็ได้มามากมายอย่างอัศจรรย์ จำเป็นรึครับต้องไปเล่นหุ้นให้ได้มาซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะกำไรหรือขาดทุน

    ขอบอกให้เอาบุญและรับทราบกัน. เงินที่ชาวบ้านถวายมา แล้วที่ผ่านมา รึจะไม่มีนักเลงโตมาข่มขู่เอาเงินวัด แต่หลวงพ่อจัดออกไปให้ไม่ได้ เพราะหลวงพ่อไม่ได้ทำเพื่อให้ตัวท่านเองได้อยู่รอดจากการข่มขู่ ต้องขาดจากการเป็นเนื้อนาบุญที่แท้จริง ที่ต้องเบียดเอาเงินคนที่ทำบุญไปให้คนพาลเพื่อรักษาสถานะเพื่อให้ท่านตั้งอยู่แลัวหลอกหลวงกันต่อไป ท่านยึดมั่นแน่วแน่มั่นคงขนาดนี้นะครับ..ที่พลังศรัทธาจึงไม่มีถดถอยครับ ช่วยกันคิดดี คิดให้เป็น คิดตรงดังคำพระว่า ฐิตุชุกรรม

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.