แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ธรรมกายรอ กสม. จี้ มส.สะสาง

                                                            แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

________________________________

ยิ่งมืด ยิ่งใกล้สว่าง


ผมเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อยู่รำไร

รอดแล้วละมังธรรมกาย ในที่สุดองค์กรอิสระที่ชื่อว่า "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" หรือ กสม. ก็ออกแถลงการณ์มาจนได้


หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นาน จนผมเริ่มรำคาญนิด ๆ

แต่ไม่เป็นไร...

นาน คงเพราะต้องการความชัวร์ เมื่อแน่ใจแล้วว่าใช่ เริ่มอดรนทนไม่ไหว จึงแอคชั่นในที่สุด

ฮ่า ๆ ๆ ผมตบเข่าดังฉาด เออ มันต้องอย่างนี้สิวะ สั่งสอนกันบ้าง ให้มันรู้ว่าใครเป็นใคร ประเทศประชาธิปไตย จะมาใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อได้ที่ไหนกัน

เริ่มกวาดสายตาอ่านแถลงการณ์ ความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ

...รอบที่หนึ่งผ่านไป


ย้อนกลับมาอ่านรอบที่สองใหม่อีกครั้ง

...คิ้วเริ่มขมวด หนวดเริ่มกระตุก


แม่ม...เขียนอะไรของมันหว่า อ่านสองรอบแล้วยังไม่รู้เรื่องเลย


นี่มันแถลงการณ์หรือคู่มือถอดรหัสนิวเคลียร์วะเนี่ย ความหมายนัยยะวกวน คลุมเครือ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่แน่ใจว่าต้องการสื่ออะไรกัน



ครูขวัญเรือนครับ ครูสอนภาษาไทยผมมายังไง ทำไมผมอ่านอีแถลงการณ์ฉบับนี้ไม่เข้าใจครับครู

อ่านทบไปทวนมาอยู่หลายรอบก็ถึงบางอ้อ ว่า อ๋อ !!

กสม.เขายืนข้าง คสช. เผด็จการ ไอ้เราก็ลืมไป ว่าพวกนี้ฝักใฝ่ข้างใดข้างหนึ่งมาตลอด อยู่ดี ๆ จะให้หายจากตาบอดมาตาดี ชาตินี้คงไม่มีทาง

ประหลาดใจกับแถลงการณ์ ไม่ทราบ กสม.ชุดนี้ไปดูงานที่เกาหลีเหนือมาหรืออย่างไร ถึงฝักใฝ่เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับพวกที่ไม่ชอบประชาธิปไตยเสียเหลือเกิน

สำหรับท่านที่ขี้เกียจอ่านแถลงการณ์ จะด้วยความรำคาญ เบื่อหน่าย หมดหวัง ขยะแขยง หรืออะไรก็ช่าง

มา ๆ ผมจะแปลสารให้ฟังกันครับ

แถลงการณ์ทั้ง 3 ข้อ มีนัยยะดังต่อไปนี้

1. ฝ่ายรัฐ คือ DSI ตำรวจ ทหาร อย่าปะทะกับคนในวัดด้วยความรุนแรง แต่ถ้าไม่ค่อยรุนแรงก็พอหยวน ๆ กันได้ จะทำอะไรต้องให้ความเคารพในความเป็นมนุษย์ด้วย เช่น ถ้าจะถีบ กระทืบ ทุบตี ควรมียกมือไหว้ขอโทษเป็นระยะ ๆ แต่อย่ากระทบกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง (มันคือใครวะ ?) ซึ่งต้องไล่ถามทีละคนไป ว่าคุณเกี่ยวข้องไหมครับ...ถ้าไม่เกี่ยวก็ยกมือไหว้ผ่านไป ถ้าเกี่ยวก็ตุ่บตั่บ ๆ ได้ แต่อย่ารุนแรง ย้ำอีกที


2. ฝ่ายวัด ให้มีสติ อยู่อย่างสงบ อย่าทำอะไรให้ฝ่ายรัฐเข้าใจผิด...เพราะถ้าผิด ข้อ 1 จะมา

ผมเห็นคนในวัดเขาก็นั่งกันสงบ ๆ อยู่แล้วนะ ยิ่งเมื่อวาน นั่งสมาธิกันตรงหน้าตำรวจทหารนั่นแหละ ถ้าจะเข้าใจผิด ก็คงผิดเพราะรัฐจิ้นไปเอง เช่น เฮ้ย หรือว่าที่นั่งนิ่ง ๆ แท้จริงในใจกำลังด่าตรู...

เข้าใจผิดแล้วโว้ยกู เอ้า...พวกเรา...ลุยยยยยย ประมาณนั้น

กสม.ยังร้องขอให้มหาเถรสมาคมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วย

ตรงนี้ผมว่าอย่าไปรบกวนท่านเลย ลำพังปัญหาของท่านก็ยังแก้กันไม่ตก ปล่อยให้นั่งประชุมกันไปสบาย ๆ เถอะ จะออกนโยบายอะไร หรือปีนี้จะเลื่อนตำแหน่งให้ใครดี อย่างนี้มีความสุขกว่า

คนที่เหมาะจะแก้ปัญหา ผมขอเสนอ พุทธะอิสระ, ไพบูลย์ นิติตะวัน และหมอมโนญาณทิพย์ 3 คนนี้ก็พอ ขนาด มส. เกือบ 20 องค์ ยังมีน้ำหนักสู้ 3 คนนี้ไม่ได้เลย 


3. ให้ทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งคนกลาง มาร่วมมือกันปฏิบัติตามกฎหมาย คือ ม.44 โดยให้เข้าไปตรวจค้นกันใหม่อีกที คราวนี้ถ้าไม่เจอค่อยเลิกรากัน


นี่มันต่างอะไรกับที่ คสช. เสนอมาหรือครับ ก็บอกไปรอบที่ 45 แล้วว่า รัฐน่ะ เข้าไปตรวจหมดแล้วตั้ง 3 วัน แล้วก็ยืนยันออกข่าวว่าไม่พบอะไร แต่ฝ่ายรัฐผิดคำพูดไม่ยอมถอยไป กสม.ยังจะเสนอให้เข้าตรวจใหม่อีกครั้งหนึ่ง...คนวัดเขาคงบ่นว่า Daddy มึงน่ะสิครับ

ผมชักอยากรู้จักคณะกรรมการ กสม. ทั้ง 11 คนนี้แล้วสิ ว่าพี่เขามีความเป็นมาอย่างไร ?

เป็นใคร หน้าตาอย่างไร ครอบครัวอบอุ่นไหม เรียนหนังสือมาจากปลักไหน ปมหลังชีวิตเป็นยังไง ถูกพ่อแม่ทุบตีทำร้ายมาตั้งแต่เด็กหรือไง โตมาถึงมีความคิดอย่างนี้

ระหว่างอัจฉริยะกับคนบ้า เขาว่ามีเส้นบาง ๆ คั่นไว้ ฉันใด

กสม.เป็นองค์กรอิสระ ถ้าข้ามเส้นบาง ๆ ของความเป็นมนุษย์ไป ก็อาจอิสระจนเป๋ไร้ขอบเขตได้เหมือนกัน

จากเนื้อหาในแถลงการณ์นั้น มันฟ้องว่า กสม. ก็คือสาขา หรือแฟรนไชส์ของ คสช. ดี ๆ นี่เอง



ผมลองคิดเล่น ๆ ว่าถ้าเป็น กสม. บ้าง ผมจะแถลงการณ์อย่างไร

ผมคงเริ่มดูจากงานของตัวเองว่ารับผิดชอบอะไร แล้วโฟกัสไปที่เรื่องนั้น เรียงตามลำดับความสำคัญไป

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องหลักคือปกป้องสิทธิ์ของมนุษย์ด้วยกัน อะไรขัดกับสิ่งนั้นก็ต้องเรียกร้องก่อนเพื่อนเลย

ดังนั้น แถลงการณ์ของผมจะมีแค่ 2 ข้อ สั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องแปล คือ


1. ขอให้ คสช. ยกเลิก ม.44 โดยเร่งด่วนที่สุดทันที เพราะมอนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่มีความชอบธรรมที่ไม่เป็นธรรม สามารถกระทำการใด ๆ ที่อาจละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ตลอดเวลา แถมไม่มีความผิดด้วย เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ไม่เท่ากัน อาจกระทำโดยพลการ ย่ามใจ อีกอย่าง ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะไม่มี ม.44 ใช้ และคงไม่มีอีกต่อไปตลอดกาล ดังนั้นคนไทยต้องฝึกให้คุ้นเคยกับการใช้กฎหมายปกติ แล้วเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติที่มีความเห็นแตกต่างกันให้ได้ ใครทนไม่ไหว จะอกอีแป้นแตกตายไปก่อนก็ต้องยอม

การตัดเสบียงอาหาร, ตัดสัญญาณโทรศัพท์-อินเตอร์เน็ต ห้ามคนสัญจรไปมาในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในวัดที่เป็นศาสนสถาน ห้ามประชาชนไม่ให้เข้ามาประกอบกิจกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของตนได้ พ่อค้าแม่ขาย คนประกอบอาชีพทั่วไป ในบริเวณพื้นที่ควบคุม ทำมาหาเลี้ยงชีพไม่ได้เลย

ทั้งหมดข้างต้นนั้น ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กสม. (กูจะสอนมึง) ไม่อาจยอมรับได้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐยกเลิก ม.44 ในทันทีทันใด ให้ไวเลยนะพ่อมึง


2. ขอเรียกร้องทุกฝ่าย ทั้ง รัฐ วัด คนกลาง เจรจากันตามกฎหมายปกติ ตามระบอบประชาธิปไตยที่นานาประเทศใช้กัน เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง


2 ข้อแค่นี้แหละหน้าที่ของ กสม. คือต้องปกป้องสิทธิ์ของมนุษย์ก่อน ไม่ใช่ไปเห็นด้วยกับ ม.44 ตะพึดตะพือ



ง่าย ๆ แค่นี้ยังคิดไม่ได้ อายต่างชาติเขาบ้างไหมครับ

ผมไม่รู้ว่าไอ้ กสม.นี่มันอยู่ภายใต้องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ไหนไหม อยากจะเชิญมาตรวจสอบมาตรฐาน กสม. เมืองไทยให้หน่อย ว่าทำไมหลงใหล คสช. แต่ร้ายกับประชาชนจัง

เมื่อพวกท่านเป็นอย่างนี้ แล้วชาวบ้านที่กำลังลำบากเพราะถูกคุกคามสิทธิ์เขาจะไปพึ่งใคร

ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าธรรมกายจะผ่านวิกฤตไปได้อย่างไร

แต่ขนาดเอดิสันยังทดลองล้มเหลว 700 กว่าครั้ง โลกจึงมีหลอดไฟ

ถ้าธรรมกายยืนหยัด อดทน ใช้ความนิ่ง สงบ สู้ต่อไป

สุดท้าย...ยังไงก็ต้องมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์



คมความคิด

6 มีนาคม 2560



แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ธรรมกายรอ กสม. จี้ มส.สะสาง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ธรรมกายรอ กสม. จี้ มส.สะสาง Reviewed by สารธรรม on 06:28 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.